หลายคนที่เพิ่งผ่าตัดเสริมจมูกเสร็จ มักนั่งกุมขมับว่า เสริมจมูก กินอะไรหายเร็ว เพราะกลัวกินผิดแล้วแผลจะติดเชื้อ บวมนานกว่าปกติ หรือฟื้นตัวช้า บางคนเตรียมตัวเรื่องเลือกหมอ
เลือกเทคนิคมาอย่างดี แต่พอผ่าตัดเสร็จก็เริ่มสับสนว่ามื้อต่อไปจะกินอะไร อาหารทะเลก่อนหน้าที่ชอบมาก จะกลับมาทานได้เมื่อไหร่ ของหวานล่ะ แอลกอฮอล์ล่ะ กินได้ไหม?
วันนี้คุณหมอดาด้าWE Clinicจะพาไปดูว่าอาหารแบบไหนที่ร่างกายต้องการในช่วงพักฟื้น อะไรช่วยลดบวมจริงบ้าง อะไรควรเลี่ยงในช่วงไหน พร้อมจัดตารางอาหารหลังเสริมจมูก เพื่อให้ผ่านช่วงพักฟื้นได้สบายใจค่ะ
คลิกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เสริมจมูก กินอะไรหายเร็ว กับเรื่องที่หลายคนมักมองข้ามหลังผ่าตัด
คนที่ตัดสินใจเสริมจมูกส่วนใหญ่มักใช้เวลาอย่างละเอียดถี่ถ้วนกับการเลือกคลินิก แพทย์ และเทคนิค แต่เมื่อผ่านช่วงผ่าตัดมาแล้ว กลับลืมไปว่าสัปดาห์แรกของการพักฟื้นต่างหากที่กำหนดว่าจะแผลจะหายเร็วหรือบวมนาน แม้จะใช้คุณหมอคนเดียวกัน เทคนิคเดียวกันแท้ๆ?
เรื่องที่หลายคนมักมองข้ามมีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือ เรากินยาฆ่าเชื้ออยู่ แต่เผลอไปดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งรบกวนการดูดซึมยาและทำให้ยาทำงานได้ไม่เต็มที่
อย่างที่สองคือ คิดว่าแค่งดอาหารทะเลก็พอ โดยลืมว่าน้ำตาลและของหวานก็ส่งผลต่อการอักเสบของแผลเช่นกัน เป็นต้น

หลังเสริมจมูก ร่างกายต้องการอะไรเพื่อฟื้นตัว ?
กระบวนการสมานตัวของแผลผ่าตัด (Wound healing) ไม่ได้เกิดในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ร่างกายค่อย ๆ ทำงาน 3 ช่วงตามลำดับ
ตามที่งานวิจัยเรื่อง Nutritional Support for Wound Healing โดย MacKay และ Miller (2003) ระบุไว้ แต่ละช่วงต้องการสารอาหารต่างกัน ดังนี้ค่ะ
ช่วงที่ 1 ร่างกายตอบสนองต่อการผ่าตัด (Inflammation) วันที่ 0 ถึง 3
ร่างกายจะส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวมาทำความสะอาดบริเวณแผล ช่วงนี้ร่างกายต้องการวิตามินซีและสังกะสี
เพื่อช่วยลดการอักเสบและสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกัน บางคนรู้สึกบวมและตึงมากในช่วงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของ phase อักเสบ
ช่วงที่ 2 การสร้างเนื้อเยื่อ (Tissue Remodeling) วันที่ 4 ถึง 21
เมื่อผ่านช่วงอักเสบมาสักพักนึง ร่างกายจะเปลี่ยนเกียร์เข้าสู่โหมดซ่อมแซม โดยเริ่มสร้างคอลลาเจน (Collagen) และเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน
สารอาหารที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือโปรตีนและกรดอะมิโน เพราะทั้งสองคือวัตถุดิบหลักที่ร่างกายใช้ในการสร้างคอลลาเจน
วิตามินซีมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน NIH Office of Dietary Supplements ระบุว่าวิตามินซีทำหน้าที่เป็น cofactor ในกระบวนการสร้างคอลลาเจน หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ การสร้างเนื้อเยื่อจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงที่ 3 การปรับโครงสร้าง (Remodeling) สัปดาห์ที่ 3 ถึง 6 เดือน
เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่จะค่อยๆ แน่นและแข็งแรงขึ้น รอยแผลเริ่มจางลงตามลำดับ แม้จะดูเหมือนร่างกายกลับสู่ปกติแล้ว แต่กระบวนการปรับโครงสร้างภายในยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
โอเมก้า 3 และวิตามินเอคือสารอาหารที่ร่างกายยังต้องการในช่วงนี้ เพื่อยับยั้งการอักเสบเรื้อรังและช่วยให้ผิวบริเวณจมูกฟื้นคืนสภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ การกินอาหารให้ครบและหลากหลาย ช่วงนี้จึงสำคัญพอๆ กับช่วงแรกหลังผ่าตัด

หลังเสริมจมูกกินอะไรได้บ้าง อาหารที่ช่วยให้หายเร็ว
คุณหมอแนะนำให้แบ่งอาหารที่ช่วยฟื้นตัวเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการในช่วงพักฟื้น เน้นที่กินได้จริงในชีวิตประจำวัน หาซื้อง่าย ปรุงสุกใหม่ สะอาด และทานในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ
อาหารโปรตีนสูง ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและแผลผ่าตัด
โปรตีนคือวัตถุดิบหลักของคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ ช่วงพักฟื้นควรได้รับโปรตีนประมาณ 1 ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
เนื่องจากร่างกายต้องการโปรตีนเพื่อลดอาการบวมช้ำและสมานแผลจมูกให้หายเร็วขึ้นค่ะ และควรเลือกแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย เช่น
- ไข่ไก่ ขึ้นชื่อเรื่องโปรตีนที่ครบถ้วนที่สุดในบรรดาอาหารทั่วไป เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทุกตัวและย่อยง่าย เหมาะมากสำหรับช่วงวันแรกๆ หลังผ่าตัดที่ยังกินได้ไม่มาก
- ปลาน้ำจืด ให้โปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และยังมาพร้อมโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการอักเสบได้ในเวลาเดียวกันด้วยค่ะ
- อกไก่ โปรตีนสูง ไขมันต่ำ ปรุงเป็นซุปหรือนึ่งก็ได้ประโยชน์เต็มๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องไขมันส่วนเกิน
- เต้าหู้และนมถั่วเหลือง ตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ถนัดเนื้อสัตว์ในช่วงพักฟื้น ให้โปรตีนพืชที่ร่างกายนำไปใช้งานได้โดยตรง
- กรีกโยเกิร์ต โปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไป และยังมี probiotic ที่ช่วยดูแลระบบย่อยอาหารในช่วงที่กินยาปฏิชีวนะอยู่
- ถั่วและเมล็ดธัญพืช อย่างถั่วลูกไก่ ถั่วลันเตา หรืออัลมอนด์ ให้ทั้งโปรตีนพืชและสังกะสีในคราวเดียว เหมาะเป็นของว่างระหว่างมื้อที่ไม่ทำให้รู้สึกหนัก
สารอาหารทั้งหมดนี้ควรกระจายให้ทั่วทุกมื้อ แทนที่จะกินครั้งเดียวเยอะๆ เพราะร่างกายจะย่อยและดูดซึมได้ดีกว่า กินคู่กับข้าวสวย ข้าวต้ม หรือโจ๊กเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการฟื้นตัวตลอดวันด้วยนะคะ

ผักและผลไม้วิตามินซีสูง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
วิตามินซีไม่ใช่แค่ป้องกันหวัด แต่เป็น Cofactor สำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจน ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการวิตามินซีประมาณ 500 ถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน วิตตามินซีสามารถหาได้ไม่ยากจากอาหารธรรมชาติทั่วไป เช่น
- ฝรั่ง วิตามินซีสูงที่สุดในผลไม้ไทย ผลเดียวให้วิตามินซีมากกว่าส้มถึง 4–5 ผล เร่งการสร้างคอลลาเจนเนื้อเยื่อรอบจมูกได้เป็นอย่างดี
- ส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี วิตามินซีสูง ช่วยลดรอยช้ำและอาการบวมรอบจมูกได้เร็วขึ้น เหมาะเป็นของว่างระหว่างมื้อ
- บรอกโคลีและพริกหวานสีแดง วิตามินซีสูง พร้อมโฟเลตและไฟเบอร์ ช่วยให้เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายได้รับการซ่อมแซม
- มะละกอสุก วิตามินซีเร่งสมานแผล บวกเอนไซม์ papain ที่ช่วยย่อยโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้สร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ทันที
- คะน้าและผักโขม วิตามินซีคู่มากับธาตุเหล็กและ beta-carotene ช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงบริเวณแผลได้ดีขึ้น เร่งกระบวนการฟื้นตัวจากภายใน
อาหารที่มีสังกะสีและธาตุเหล็ก ช่วยเร่งการหายของแผล
สังกะสี (Zinc) มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและการหายของแผล งานวิจัย Zinc in Wound Healing Modulation โดย Lin และคณะ (2018) ที่ตีพิมพ์ใน Nutrients ระบุว่า การขาดสังกะสีทำให้แผลหายช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนธาตุเหล็กช่วยลำเลียงออกซิเจนไปยังแผลให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
- เนื้อแดง มีโปรตีน, สังกะสี และธาตุเหล็กชนิด Heme ที่ร่างกายดูดซึมไปส่งออกซิเจนให้แผลได้ดีกว่าพืช 2-3 เท่า การปรุงสุกช่วยป้องกันเชื้อโรคไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- ตับไก่หรือตับหมู วิแหล่งวิตามินเอเข้มข้น ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้ปิดแผลไว ร่วมกับเหล็กและบี 12 ที่ช่วยลดการอ่อนเพลียระหว่างพักฟื้น
- เมล็ดฟักทองและเมล็ดงา สังกะสีสูง (ทาน 1 กำมือได้สังกะสีเกือบ 30% ของต่อวัน) คู่กับแมกนีเซียมที่ช่วยลดความเครียดจากการเจ็บแผลและช่วยให้หลับสนิทเพื่อซ่อมแซมร่างกาย
- ไข่แดง สังกะสีและซีลีเนียมที่ช่วยลดการอักเสบของแผล ทานคู่ไข่ขาวจะได้โปรตีนและกรดอะมิโนครบถ้วนในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- ถั่วลิสง สังกะสีและไนอาซิน (วิตามินบี 3) ช่วยขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้สารอาหารไปถึงบริเวณแผลได้ดีขึ้น ควรเลือกแบบไม่ปรุงรสเพื่อหลีกเลี่ยงโซเดียมส่วนเกินที่อาจทำให้บวมนานขึ้น
คุณหมอแนะนำให้กินอาหารหลากหลายในกลุ่มนี้ ไม่ต้องเน้นชนิดเดียว เพื่อให้ได้สังกะสีจากหลายแหล่ง ลดความเสี่ยงเรื่องการแพ้ และได้สารอาหารอื่น ๆ ครบด้วยค่ะ

ของที่ห้ามกินหลังเสริมจมูก มีอะไรบ้าง ?
นอกจากอาหารที่ควรกิน ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรเลี่ยงในช่วงพักฟื้นในช่วงเดือนแรก เพราะอาจส่งผลให้แผลอักเสบ บวมนานขึ้น คุณหมอจึงแนะนำให้เลี่ยงอาหารเหล่านี้ก่อนค่ะ
- อาหารทะเล(กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก) ความเสี่ยงหลักไม่ใช่เรื่องของแสลงตามความเชื่อ แต่เป็นเพราะอาหารทะเลอาจกระตุ้นการแพ้ในบางคน ซึ่งทำให้แผลอักเสบได้ง่ายขึ้น
- ของหมักดอง (ส้มตำปลาร้า ปลาเค็ม กิมจิ)โซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักน้ำและบวมนานขึ้น บวกกับความเสี่ยงเรื่องแบคทีเรียที่มากับอาหารหมักส่งผลให้แผลผ่าตัดอักเสบหรือติดเชื้อได้
- อาหารรสจัด (เผ็ดมาก หวานจัด เค็มจัด) รสจัดทุกประเภทกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งทำให้บวมมากขึ้นและอาจรบกวนความดันโลหิตในช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัว แนะนำเลี่ยง 2 สัปดาห์นะคะ
- แอลกอฮอล์ทุกชนิด แอลกอฮอล์ไม่เพียงทำให้หลอดเลือดขยายตัวและแผลบวมนานขึ้น แต่ยังไปขัดขวางการดูดซึมยาปฏิชีวนะในตับ ทำให้ยาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และรบกวนการนอนหลับลึก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนซ่อมแซมตัวเองมากที่สุด
- ของหวานและน้ำตาลสูง เมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดสูงจะกระตุ้นการอักเสบและชะลอกระบวนการสร้างคอลลาเจน ซึ่งหมายความว่าแผลจะใช้เวลานานขึ้นกว่าจะสมานตัว
อ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ 5 อาหารแสลงต้องห้าม หลังผ่าตัดทำศัลยกรรม ซึ่งครอบคลุมรายละเอียดและตัวอย่างเมนูที่ควรเลี่ยงไว้แบบครบถ้วนค่ะ

ตารางการกินอาหารหลังเสริมจมูก แต่ละช่วงต่างกันอย่างไร ?
| ช่วงเวลา | อาหารที่แนะนำ | อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| วันที่ 1 ถึง 3 (phase อักเสบ) |
ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป ผัก น้ำเปล่า น้ำมะพร้าว ไข่ลวก เต้าหู้ ผลไม้ วิตามินซี (ฝรั่ง ส้ม ) | อาหารทะเล แอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารปิ้งย่าง | กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย ไม่เคี้ยวหนัก ทานยาให้ตรงเวลาตามที่แพทย์สั่ง และอย่าลืมประคบเย็น |
| วันที่ 4 ถึง 7 (เริ่ม phase สร้างเนื้อเยื่อ) |
เพิ่มเนื้อปลา อกไก่ ผักใบเขียว ผลไม้วิตามินซี โยเกิร์ต ไข่ ถั่วและเมล็ดธัญพืช | อาหารทะเล แอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารรสจัด ทุเรียน ของหวาน | เริ่มเคี้ยวเบา ๆ ดื่มน้ำเยอะๆ เปลี่ยนมาประคบอุ่น พักผ่อนให้พอ |
| สัปดาห์ที่ 2 ขึ้นไป (phase สร้างเนื้อเยื่อ ถึง remodeling) |
กลับมาทานหลากหลาย เน้นโปรตีน วิตามินซี สังกะสี โดยกินให้ 3 ครบ ทุกวัน | แอลกอฮอล์ อาหารทะเล ปิ้งย่างและของหวานจัด | ถ้ามีบวม แกง หรือปวดผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ที่ผ่าตัดทันที |
อยางไรก็ตาม รายละเอียดอาจปรับตามเทคนิคที่ใช้ผ่าตัดและสภาพร่างกายของแต่ละคน อ่านเพิ่มเรื่องไทม์ไลน์การฟื้นตัวได้ที่ เสริมจมูกกี่วันเข้าที่ กี่วันหายบวม
กินอาหารเสริมหลังเสริมจมูกได้ไหม ? อะไรช่วยได้จริง
กินได้ค่ะ แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ผ่าตัดก่อนก่อน เพราะอาหารเสริมบางตัวมีปฏิกิริยากับยาที่กินอยู่ หลักการของคุณหมอคือ อาหารธรรมชาติให้ผลดีกว่าอาหารเสริมเสมอ ถ้ากินอาหารครบ 5 กลุ่มได้ ไม่จำเป็นต้องเสริมเพิ่มค่ะ
อาหารเสริมที่ ควรเลี่ยง ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด ได้แก่ vitamin E ขนาดสูง สารสกัดจากแปะก๊วย (Ginkgo biloba) กระเทียมสกัด (Garlic supplement) โสม และน้ำมันปลาขนาดสูง
เพราะกลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในแผล ถ้ากำลังกินอยู่ ควรแจ้งแพทย์ที่ผ่าตัดและเภสัชกรเสมอ ไม่ตัดสินใจเองค่ะ

ดูแลตัวเองหลังเสริมจมูกอย่างไรให้ฟื้นตัวเร็ว ?
- นอนหนุนหมอนสูง 30 ถึง 45 องศา ในสัปดาห์แรก ช่วยลดบวมและไม่ให้เลือดคั่งบริเวณใบหน้า
- ประคบเย็นวันที่ 1 ถึง 2 แล้วเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นวันที่ 3 ขึ้นไป ประคบเย็นช่วยลด บวม ส่วนประคบอุ่นช่วยการไหลเวียนเลือด
- นอนพักให้ได้ 7 ถึง 9 ชั่วโมงต่อคืน ช่วงหลับลึกคือช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อมากที่สุด ถ้านอนไม่พอ การฟื้นตัวก็ช้าลงไปด้วย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยขับของเสีย ลดบวม และให้ระบบฟื้นตัวทำงานได้เต็มที่
- กินยาให้ตรงเวลา ทั้งยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเอง แม้รู้สึกว่าหายดีแล้ว
- งดออกกำลังกายหนักในช่วง 1 เดือนแรก กิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตขึ้นเสี่ยงเลือดออกในแผล
- งดสูบบุหรี่ นิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว (vasoconstriction) แผลหายช้ามากกว่าปกติหลายเท่า
- งดสั่งน้ำมูก ขยี้จมูก หรือก้มหน้านาน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ให้ระวังตอนสระผมและล้างหน้า
ส่วนใหญ่คนไข้ที่ดูแลตัวเองครบทั้ง 3 ด้าน คืออาหาร การพัก และตามแพทย์นัด มักผ่านช่วงพักฟื้นได้ราบรื่นกว่าค่ะ ถ้ายังกังวลเรื่องความเจ็บปวด อ่านเพิ่มได้ที่ เสริมจมูกเจ็บไหม ฉีดยาชาก่อนเสริมจมูกอยู่ได้นานไหม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารที่กินหลังเสริมจมูก
หลังเสริมจมูกกี่วันถึงกินอาหารปกติได้ ?
ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนถึงจะกลับมากินได้หลากหลายเหมือนเดิม แต่จริงๆ แล้วร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เทคนิคที่ใช้ผ่าตัดก็มีผลด้วย บางคนฟื้นเร็วกว่านั้น บางคนต้องการเวลามากกว่านี้
สิ่งที่พอวางแผนได้คือช่วง 3 วันแรก ร่างกายยังต้องการอาหารอ่อนย่อยง่ายอย่างข้าวต้มหรือซุปใส เมื่อเข้าวันที่ 4–7 ค่อยเพิ่มโปรตีนและผักผลไม้เข้ามา
พอสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไปกินได้หลากหลายขึ้นตามปกติ เพียงแต่แอลกอฮอล์และอาหารแสลงยังควรเลี่ยงต่อไปอีกอย่างน้อย 1–2 เดือนค่ะ
หลังเสริมจมูกกินอาหารทะเลได้ไหม ?
คุณหมอแนะนำให้เลี่ยงไปก่อน 1 เดือนค่ะ เพราะอาหารทะเลบางชนิดอาจกระตุ้นอาการแพ้และเพิ่มการอักเสบของแผลได้ ถ้ามีประวัติแพ้อาหารทะเลอยู่แล้ว ควรเลี่ยงนานกว่านั้น
ในช่วงที่เลี่ยง สามารถเลือกแหล่งโปรตีนอื่นแทน เช่น อกไก่ เนื้อปลาน้ำจืด ไข่ และเต้าหู้
หลังเสริมจมูกดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม ?
ไม่แนะนำค่ะ ควรเลี่ยง1 – 2 เดือนเพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพิ่มอาการบวม รบกวนกระบวนการหายของแผล และยังรบกวนการทำงานของยาฆ่าเชื้อในตับ
ถ้ากำลังกินยาอยู่ การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ยาทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเกิดผลข้างเคียงได้
กินของหวานหรืออาหารน้ำตาลสูงหลังเสริมจมูก ส่งผลอะไรไหม ?
ส่งผลค่ะ ควรลดอย่างน้อย 1 เดือนแรก เพราะน้ำตาลสูงในเลือดยับยั้งการหายของแผลและส่งเสริมการอักเสบ
ทำให้แผลหายช้าและบวมนานขึ้น ถ้าอยากของหวาน ให้ทานผลไม้สดวิตามินซีสูงแทน เช่น ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี กีวี
กินยาฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ยังต้องเลือกอาหารเพิ่มเติมด้วยไหม ?
ต้องค่ะ ยาฆ่าเชื้อช่วยป้องกันการติดเชื้อ แต่การหายของแผลพึ่งสารอาหารจากอาหารที่กิน เช่น โปรตีน วิตามินซี และสังกะสี ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงอาหารเสริมบางตัว
เช่น แปะก๊วย กระเทียมสกัด vitamin E ขนาดสูง เพราะอาจมีปฏิกิริยากับยาฆ่าเชื้อหรือเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
สรุปเรื่องเสริมจมูก กินอะไรหายเร็ว
เรื่องอาหารหลังเสริมจมูกไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิดค่ะ หลักการคือ เน้นโปรตีนคุณภาพดี วิตามินซี สังกะสี และโอเมก้า 3 จากอาหารธรรมชาติ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานครบ 5 กลุ่มอาหาร และเลี่ยงกลุ่มที่ทำให้แผลอักเสบหรือบวมเพิ่ม เช่น อาหารทะเล แอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารรสจัด และของหวานน้ำตาลสูงในช่วงแรก
ปรึกษาฟรีกับทีมแพทย์ WE Clinic เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะรายบุคคล รวมถึงข้อมูลเรื่อง ทำจมูก ราคาเท่าไหร่ โปรโมชัน และเทคนิคการเสริมจมูกที่เหมาะกับคุณนะคะ
อ้างอิง
- MacKay, D., & Miller, A. L. (2003). Nutritional support for wound healing. Alternative Medicine Review, 8(4), 359–377. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14653765/
- National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. (2021). Vitamin C: Fact sheet for health professionals. https://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminC-HealthProfessional/
- Lin, P. H., Sermersheim, M., Li, H., Lee, P. H. U., Steinberg, S. M., & Ma, J. (2018). Zinc in wound healing modulation. Nutrients, 11(1), 1–20. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29280987/

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ