
หลายคนอยากมีจมูกทรงสโลปปลายเชิด เพราะเป็นทรงที่ช่วยให้ใบหน้าดูหวาน ดูเด็กลง และมีมิติมากขึ้น แต่ทรงจมูกลักษณะนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูกเดิม ความหนาของผิวหนัง และสัดส่วนของใบหน้าในแต่ละบุคคล
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าจมูกทรงสโลปปลายเชิดคืออะไร เหมาะกับใคร แตกต่างจากทรงจมูกแบบอื่นอย่างไร
รวมถึงข้อดี ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์
คลิกอ่านหัวข้อที่สนใจ
จมูกทรงสโลปปลายเชิด คืออะไร ดูอย่างไร
จมูกทรงสโลปปลายเชิด คือทรงจมูกที่มีสันจมูกโค้งสโลป ไม่เป็นสันตรงหรือแข็งทื่อ ปลายจมูกยกเชิดขึ้นเล็กน้อย รับกับสันจมูกและมุมริมฝีปาก
โดยไม่เชิดมากจนเห็นรูจมูกจากด้านหน้าชัดเจน จึงช่วยให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน สดใส และดูอ่อนเยาว์
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม รวมคำถาม เสริมจมูก มีกี่แบบ ควรรู้อะไรบ้างก่อนทำจมูก 2025

ลักษณะเด่นของจมูกทรงสโลปปลายเชิด
- สันจมูกโค้งสโลป ไม่ตรงทื่อ
- ปลายจมูกยกเชิดขึ้นเล็กน้อย
- ช่วยให้ใบหน้าดูหวาน สดใส และดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
- ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โด่งหรือคมจนเกินไป เหมาะกับโครงหน้าคนเอเชียหลายรูปแบบ
มุมปลายจมูกแบบไหนที่เรียกว่า “ปลายเชิด”
ในทางศัลยกรรมจมูก ศัลยแพทย์จะใช้ มุมนาโซลาเบียล (Nasolabial Angle) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดระดับความเชิดของปลายจมูก โดยเป็นมุมที่เกิดระหว่างฐานจมูกกับริมฝีปากบน
ใช้ประเมินร่วมกับโครงสร้างจมูกเดิม ความหนาของผิวหนัง และสัดส่วนของใบหน้า เพื่อออกแบบทรงจมูกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป จมูกที่มีปลายเชิดจะมี Nasolabial Angle มากกว่าจมูกทรงตรงเล็กน้อย ทำให้ปลายจมูกยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน และมีมิติมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม องศาที่เหมาะสมไม่ได้มีค่าตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับเพศ เชื้อชาติ และสัดส่วนของใบหน้าในแต่ละคน
Armijo และคณะ (2012) ที่ตีพิมพ์ใน Plastic and Reconstructive Surgery ศึกษาความคิดเห็นด้านความงามของปลายจมูก
พบว่า ผู้ประเมินให้คะแนนความสวยงามของปลายจมูกในผู้หญิงสูงที่สุดเมื่อมี Nasolabial Angle เฉลี่ยประมาณ 97.7 องศา
ขณะที่ในผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 96 องศา สะท้อนว่าปลายจมูกที่เชิดขึ้นเล็กน้อยมักให้ความรู้สึกสมดุลและเป็นธรรมชาติมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์จะไม่ได้กำหนดองศาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่จะประเมินร่วมกับโครงสร้างจมูกเดิมและสัดส่วนของใบหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

จมูกทรงสโลปปลายเชิด มีกี่แบบ
แม้จะเรียกรวมกันว่า จมูกทรงสโลปปลายเชิด แต่ในความเป็นจริงสามารถออกแบบได้หลายรูปแบบ โดยปรับระดับความสโลปของสันจมูก ความเชิดของปลายจมูก
และรายละเอียดของรูปทรงให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งทรงที่ได้รับความนิยมมีดังนี้ค่ะ
จมูกทรงบาร์บี้ปลายเชิด
จมูกทรงบาร์บี้ปลายเชิด เป็นทรงที่มีสันจมูกสโลปชัดเจนและปลายจมูกเชิดมากกว่าสโลปปลายเชิดแบบมาตรฐาน ทำให้ใบหน้าดูหวาน มีมิติ
และให้ลุคคล้ายตุ๊กตามากขึ้น แตกต่างจากจมูกทรงบาร์บี้ทั่วไปที่มักเน้นปลายจมูกพุ่งไปด้านหน้ามากกว่าความเชิด
ทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้ากลมหรือรูปไข่ และต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้า แต่ยังคงความละมุนและเป็นธรรมชาติในภาพรวม
อ่านเพิ่มเติมเรื่องจมูกทรงบาร์บี้ได้ที่ จมูกทรงบาร์บี้ คืออะไร ปลายจมูกเชิดพุ่ง เหมาะกับใคร ค่ะ
จมูกทรงเกาหลีปลายเชิด
จมูกทรงเกาหลีปลายเชิดเน้นสันจมูกสโลปอย่างเป็นธรรมชาติ แต่จะเพิ่มความเชิดของปลายจมูกมากกว่าทรงเกาหลีปลายพุ่ง ทำให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนหวาน และดูเด็กลง
โดยทั่วไปทรงนี้จะไม่เน้นสันจมูกที่สูงมาก แต่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนของสัดส่วนใบหน้า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคเกาหลีที่ดูละมุน
ทรงจมูกเกาหลีเพิ่มเติมได้ที่ ทรงจมูกเกาหลี ปลายพุ่งเป็นธรรมชาติ ทรงไหนดี ค่ะ
จมูกสายฝอ กับจมูกทรงสโลปปลายเชิด ต่างกันอย่างไร
แม้หลายคนจะเข้าใจว่า จมูกสายฝอ และ จมูกทรงสโลปปลายเชิด เป็นทรงเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงทั้งสองมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
จมูกสายฝอ เป็นคำที่นิยมใช้เรียกจมูกที่มีความเรียว คม และปลายยกขึ้นอย่างชัดเจน เน้นความโดดเด่นและความเฉี่ยวของรูปทรงโดยรวม
ขณะที่จมูกทรงสโลปปลายเชิด จะเน้นสันจมูกที่โค้งสโลป ปลายจมูกที่เชิดขึ้น เพื่อให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน และเป็นธรรมชาติมากกว่า
อย่างไรก็ตาม แพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูกเดิม สัดส่วนของใบหน้า และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบว่าควรเป็นทรงสโลปปลายเชิด หรือปรับเป็นทรงอื่นที่เหมาะสมมากกว่า

จมูกทรงสโลปปลายเชิด เหมาะกับใคร
จมูกทรงสโลปปลายเชิดเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน สดใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยศัลยแพทย์จะพิจารณาร่วมกับรูปหน้า
โครงสร้างจมูกเดิม ความหนาของผิวหนัง และสัดส่วนของใบหน้า เพื่อออกแบบองศาของสันจมูกและปลายจมูกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ลักษณะโครงสร้างที่เหมาะกับจมูกทรงสโลปปลายเชิด
โดยทั่วไป ผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้อาจเหมาะกับจมูกทรงสโลปปลายเชิดค่ะ
- ผู้ที่มีใบหน้ารูปไข่ หรือรูปหน้าที่ต้องการเพิ่มความละมุนและความสมดุลของสัดส่วนใบหน้า
- ผู้ที่มีปลายจมูกงุ้มหรือตกเล็กน้อย ซึ่งสามารถออกแบบให้ปลายจมูกยกขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีฐานจมูกเดิมไม่กว้างมาก และไม่มีสันจมูก (Hump) สูงจนต้องปรับโครงสร้างกระดูกมาก
- ผู้ที่ต้องการทรงจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โด่งหรือคมจนเกินไป และเข้ากับโครงหน้าคนเอเชีย
ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับจมูกทรงสโลปปลายเชิด
จมูกทรงสโลปปลายเชิดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับบางกรณี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถทำได้ แต่แพทย์อาจต้องปรับเทคนิคหรือออกแบบทรงจมูกให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล
- ผู้ที่มีเนื้อปลายจมูกน้อย เนื่องจากการยกปลายจมูกมากเกินไปอาจเพิ่มแรงตึงของเนื้อเยื่อ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะปลายจมูกบางหรือซิลิโคนทะลุได้ง่ายขึ้น
- ผู้ที่มีจมูกสั้นมาก อาจต้องประเมินความยาวของผิวหนังและความยืดหยุ่นของปลายจมูกก่อน เพราะหากฝืนยกปลายมากเกินไป อาจทำให้เห็นรูจมูกชัดกว่าที่ต้องการ
- ผู้ที่มีปีกจมูกห้อยหรือเห็นรูจมูกชัดอยู่แล้ว จำเป็นต้องประเมินปลายจมูกกับองศาของปีกจมูกอย่างละเอียด เพราะหากทำปลายจมูกเชิดมากเกินไป โดยที่ปีกจมูกยังห้อยต่ำ อาจทำให้รูจมูกเห็นเด่นชัดขึ้น และสัดส่วนของจมูกโดยรวมดูไม่สมดุล ดังนั้น การออกแบบทรงสโลปปลายเชิดจึงควรให้ปลายจมูกรับกับแนวปีกจมูกเดิม เพื่อให้รูปทรงโดยรวมดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับใบหน้าค่ะ

คนเนื้อจมูกน้อย เสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิดได้ไหม
ผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อยสามารถเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิดได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากศัลยแพทย์ก่อนทุกครั้ง
เนื่องจากความหนาของผิวหนัง ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ และโครงสร้างกระดูกอ่อนเดิม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกเทคนิคและการออกแบบทรงจมูกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ความท้าทายของผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย คือเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกมีความบางกว่าปกติ ทำให้โครงสร้างภายในมองเห็นหรือคลำได้ง่าย
หากออกแบบทรงจมูกหรือเลือกเทคนิคไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: เสริมจมูกเนื้อน้อย จมูกสั้น เสริมยังไงให้สวย
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น หากไม่ได้รับการวางแผนที่เหมาะสม
- ซิลิโคนทะลุ (Implant Extrusion) เนื้อจมูกที่บางอาจรองรับแรงกดจากซิลิโคนได้ไม่เพียงพอ หากเลือกขนาดหรือรูปทรงที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทะลุในระยะยาว
- ปลายจมูกบางหรือเห็นขอบซิลิโคน เนื้อเยื่อที่บางอาจทำให้มองเห็นหรือคลำขอบซิลิโคนและโครงสร้างภายในได้ง่ายกว่าปกติ
- ผิวหนังตึงมากเกินไป การยกปลายจมูกในผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อยโดยไม่มีโครงสร้างรองรับที่เหมาะสม อาจทำให้ผิวหนังตึงและส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่อในระยะยาว
แพทย์วางแผนการรักษาอย่างไรในผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย
ในผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย แพทย์มักวางแผนเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างปลายจมูกร่วมกับการเพิ่มความหนาของเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยลดแรงกดจากซิลิโคนและเพิ่มความปลอดภัยในระยะยาว
โดยในหลายกรณีอาจเลือกใช้กระดูกอ่อนหลังหูหรือเนื้อเยื่อจากหลังหู เพื่อเสริมโครงสร้างและรองรับปลายจมูก ทำให้สามารถยกปลายจมูกให้เชิดขึ้นได้
สำหรับผู้ที่มีปลายจมูกบางมาก ศัลยแพทย์อาจพิจารณาใช้เนื้อเยื่อเทียม (ADM) เพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกและช่วยกระจายแรงกดจากซิลิโคน
ขณะที่ในเคสที่ต้องปรับโครงสร้างปลายจมูกอย่างละเอียดการเสริมจมูกแบบโอเพ่น(Open Rhinoplasty) มักเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจน
และสามารถจัดวางกระดูกอ่อนหรือวัสดุเสริมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เนื้อจมูกน้อยจึงไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิดได้
แต่หมายความว่าจำเป็นต้องวางแผนการผ่าตัดอย่างละเอียด และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล
ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมประสบการณ์ของแพทย์จึงมีความสำคัญต่อการออกแบบทรงจมูกและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ความเสี่ยงและข้อควรระวังของจมูกทรงสโลปปลายเชิด
การเสริมจมูกทุกเทคนิคมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงจมูกทรงสโลปปลายเชิด
ซึ่งเป็นทรงที่ต้องอาศัยการออกแบบสันจมูกและองศาของปลายจมูกให้สมดุลกับโครงสร้างใบหน้า หากวางแผนไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อทั้งความสวยงามและความปลอดภัยในระยะยาว
International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) ระบุว่า การเสริมจมูก (Rhinoplasty) เป็นหนึ่งในศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมทั่วโลกและมีอัตราความพึงพอใจสูง อย่างไรก็ตาม
ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างจมูก การเลือกเทคนิคที่เหมาะสม และประสบการณ์ของแพทย์ด้วย
ความเสี่ยงที่อาจพบในการเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิด
- ปลายจมูกเชิดมากเกินไป หากออกแบบองศาของปลายจมูกไม่เหมาะสม อาจทำให้จมูกเชิดมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
- เห็นรูจมูกชัดกว่าที่ต้องการ การยกปลายจมูกมากเกินไป อาจทำให้มองเห็นรูจมูกจากด้านหน้าได้ชัดขึ้น และทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูไม่สมดุล
- ซิลิโคนทะลุในผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย ผู้ที่มีผิวหรือเนื้อเยื่อปลายจมูกบาง มีความเสี่ยงต่อการเกิดปลายจมูกบางหรือซิลิโคนทะลุ หากไม่ได้รับการวางแผนโครงสร้างที่เหมาะสม
- พังผืดและการหดรั้งของเนื้อเยื่อ เมื่อแผลหาย ร่างกายจะเกิดการสร้างพังผืดตามธรรมชาติ ซึ่งในบางรายอาจเกิดการหดรั้งของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้รูปทรงปลายจมูกเปลี่ยนแปลงได้
แม้ความเสี่ยงเหล่านี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ด้วยการประเมินโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด การเลือกเทคนิคที่เหมาะสม และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิด ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกและความต้องการของแต่ละบุคคล
หลังเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิด กี่เดือนเข้าที่
| ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่พบ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| 1-3 วันแรก | อาการบวมและฟกช้ำมากที่สุด ใบหน้าอาจดูบวมกว่าปกติ | นอนยกศีรษะสูง หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ และไม่สัมผัสหรือกดบริเวณจมูก |
| 1 สัปดาห์ | ถอดเฝือกจมูก อาการบวมเริ่มลดลง และเริ่มเห็นรูปทรงของจมูก | หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย การกระแทก และงดสวมแว่นที่มีน้ำหนักกดบนสันจมูก |
| 1 เดือน | อาการบวมลดลงมาก รูปทรงจมูกเริ่มชัดเจนขึ้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ | หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่เสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณจมูก |
| 3 เดือน | เนื้อเยื่อเริ่มเซ็ตตัว และรูปทรงมีความชัดเจนมากขึ้น | สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรระมัดระวังกีฬาที่มีการปะทะรุนแรง |
| 6 เดือน | จมูกเข้าที่ประมาณ 80-90% | ควรเข้ารับการติดตามผลกับศัลยแพทย์ตามนัด |
| 1 ปี | เนื้อเยื่อและโครงสร้างจมูกเข้าที่อย่างสมบูรณ์ | แนะนำตรวจติดตามผลกับศัลยแพทย์ตามความเหมาะสม |
เสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิด ราคาเท่าไหร่
ที่ WE Clinic โปรแกรมเสริมจมูกสามารถออกแบบเป็นทรงสโลปปลายเชิดได้ โดยแพทย์จะเลือกเทคนิคและวัสดุให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล ซึ่งมีราคาดังนี้
| รายละเอียดโปรแกรมเสริมจมูก | ราคา |
|---|---|
| เสริมจมูกเทคนิคเปิด + รองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม (ADM) | 30,000 บาท |
| เสริมจมูกเทคนิคเปิด + รองปลายกระดูกอ่อนหลังหู + คลุมไขมัน | 35,000 บาท |
| เสริมจมูกเทคนิคเปิด + ตอกฐานจมูก | 40,000 บาท |
| เสริมจมูกเทคนิคเปิด (Open Rhinoplasty) พร้อมยืดผนังกั้นจมูก | 79,000 บาท |
หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหา โครงสร้างจมูกเดิม และเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัด
ราคาเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิดอาจแตกต่างกันในแต่ละเคส เนื่องจากศัลยแพทย์จะเลือกเทคนิคและวัสดุให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล โดยปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย ได้แก่
- เทคนิคการผ่าตัด การเสริมจมูกเทคนิคเปิด (Open Rhinoplasty) มักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมจมูกเทคนิคปิด (Closed Rhinoplasty) เนื่องจากมีความซับซ้อนและใช้เวลาในการผ่าตัดมากกว่า
- วัสดุที่ใช้ การรองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหู เนื้อเยื่อเทียม (ADM) หรือวัสดุอื่น ๆ มีต้นทุนและขั้นตอนการผ่าตัดแตกต่างกัน
- ความซับซ้อนของเคส ผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย เคสแก้จมูก หรือผู้ที่ต้องปรับโครงสร้างหลายส่วนพร้อมกัน มักต้องใช้เทคนิคและวัสดุเพิ่มเติม จึงอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ก่อนตัดสินใจแพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูก ความหนาของผิวหนัง และความต้องการของผู้รับบริการ
เพื่อเลือกเทคนิคและออกแบบทรงจมูกสโลปปลายเชิดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับแผนการรักษาอย่างชัดเจนก่อนเข้ารับการผ่าตัดค่ะ
สรุปเรื่องจมูกทรงสโลปปลายเชิด
จมูกทรงสโลปปลายเชิดเป็นทรงที่ช่วยให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน ดูเด็กลง และมีมิติมากขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่สวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรงจมูกเพียงอย่างเดียว แพทย์จำเป็นต้องประเมินโครงสร้างจมูก
ความหนาของผิวหนัง และสัดส่วนของใบหน้าร่วมกัน เพื่อเลือกเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สำหรับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย จมูกสั้น หรือเคยเสริมจมูกมาก่อน อาจต้องใช้เทคนิคเสริมโครงสร้างเพิ่มเติม ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเสริมจมูกทรงสโลปปลายเชิด ควรเข้ารับการประเมินกับศัลยแพทย์
เพื่อออกแบบทรงจมูกให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและสมดุลกับใบหน้ามากที่สุดนะคะ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ