ฉีดวิตามินผิว คืออะไร? ฉีดดีไหม ทำให้ขาวกระจ่างใสขึ้นจริงหรือเปล่า? มาลองดูกัน

ฉีดวิตามินผิว-คืออะไร

สำหรับคนไทยแล้วการที่จะมีผิวขาวกระจ่างใสสุขภาพดีเหมือนจะเป็นแค่ความฝัน เนื่องด้วยสภาพอากาศและแสงแดดของบ้านเราที่ร้อนแรงแผดเผา อาจทำให้หลายคนรู้สึกถอดใจในการกอบกู้ผิวให้กลับมาสว่างกระจ่างใส และเรียบเนียนอีกครั้ง

แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่พยายามเสาะแสวงหาวิธีการทำให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีให้ได้ และหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยก็คือ การ ‘ฉีดวิตามินผิว’ แต่ถึงแม้จะเคยได้ยินถึงสรรพคุณของการทำหัตถการนี้ในด้านของการทำให้ผิวขาวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ก็ไม่ควรด่วนตัดสินใจทำในทันที ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลและผลลัพธ์จากการฉีดวิตามินผิวให้ดีเสียก่อน เพื่อให้รู้ถึงข้อควรระวัง อันตราย รวมไปถึงขั้นตอนการฉีดวิตามินผิวว่า ทำแล้วเห็นผลจริงหรือไม่ มาลองดูคำตอบได้ในบทความนี้เลย

เลือกหัวข้ออ่านที่ต้องการ

ฉีดวิตามินผิว คืออะไร

ฉีดวิตามินผิว คืออะไร

การฉีดวิตามินผิว คือการผลักเอาวิตามินต่างๆ เข้าสู่ผิวผ่านทางเส้นเลือดดำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หัตถการนี้จึงมีอีกชื่อเรียกว่า IV Vitamin therapy หรือ IV Vitamin drip เรียกสั้นๆ ว่า IV ที่ย่อมาจาก Intravenous ที่แปลว่า หลอดเลือดดำนั่นเอง

สำหรับตัวยาที่ออกฤทธิ์หลักจะเป็น ‘วิตามินซี’ (Vitamin C) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการ เนื่องจากจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระ นำไปใช้สร้างคอลลาเจนที่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ เช่น กระดูก ฟัน และผิวหนัง และมีส่วนช่วยในการบำรุงผิว ป้องกันแสงแดด และป้องกันหวัด จึงเหมาะมากๆ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้อีกด้วย

เฉดความสว่างของสีผิว

เฉดความสว่างของผิว

เนื่องจากผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินผิวจะไม่ได้ทำให้ขาวกว่าสีผิวเดิมตามธรรมชาติของเรา ดังนั้น จึงอยากให้คุณศึกษาเกี่ยวกับเฉดสีผิวก่อนว่า คุณจะอยู่ในเฉดไหน โดยอ้างอิงจากการจัดแบ่งสีผิว (Skin type classification) ในทางผิวหนัง โดยอาศัย Fitzpatrick skin type classification ซึ่งเป็นหลักที่แพทย์ผิวหนัง ใช้เป็นหลักสากล แบ่งออกเป็น 6 เฉดสีผิว ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 : มีลักษณะผิวขาวซีด อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวไหม้ง่ายมาก และไม่มีสีแทนหรือคล้ำ เช่น กลุ่มคนเผือก เป็นต้น
  • กลุ่มที่ 2 : มีลักษณะผิวขาวอมชมพู อ่อนบาง ตากแดดแล้วผิวไหม้ง่าย และมีสีแทนหรือคล้ำได้เล็กน้อย
  • กลุ่มที่ 3 : มีลักษณะผิวขาวปนเหลือง ตากแดดแล้วบางครั้งผิวไหม้ และมีสีแทนหรือคล้ำได้แต่ก็ต้องใช้เวลา เช่น ลูกครึ่ง เอเชีย-ยุโรป เป็นต้น
  • กลุ่มที่ 4 : มีลักษณะผิวเหลือง ตากแดดแล้วผิวไหม้ได้บ้างแต่น้อย และมีสีแทนหรือคล้ำได้ เช่น กลุ่มชนเอเชียตอนบน เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เป็นต้น
  • กลุ่มที่ 5 : มีลักษณะผิวคล้ำ ผิวสองสี ตากแดดแล้วผิวไหม้ได้น้อยมาก และมีสีผิวคล้ำและดำในบางที่ เช่น กลุ่มชนเอเชีย อเมริกาใต้ ไทย มาเลเซีย เม็กซิโก สเปน เป็นต้น
  • กลุ่มที่ 6 : มีลักษณะผิวดำ ตากแดดแล้วผิวไม่เคยไหม้ และมีสีผิวดำสนิท เช่น กลุ่มชนผิวดำแถบแอฟริกาใต้ เป็นต้น

ฉีดวิตามินผิว เมโสหน้าใส มาเด้ ต่างกันอย่างไร

ในเรื่องของประโยชน์ในด้านการดูแลผิวพรรณมีความใกล้เคียงกัน คือ ช่วยในเรื่องของความกระจ่างใสของผิว ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำและรอยสิวดูจางลง แต่การฉีดวิตามินผิวจะช่วยปรับเฉดสีผิวทั้งร่างกายให้ดูสว่างกระจา่งใจขึ้นจากวิตามินที่มีประโยชน์ ส่วนเมโสหน้าใส มาเด้จะเข้ามาช่วยบำรุงเฉพาะส่วนใบหน้าเท่านั้น

นอกจากนี้วิธีการทำหัตถการก็ยังแตกต่างกัน โดยการฉีดวิตามินผิวจะทำด้วยการฉีดตัวยาวิตามินเข้าสู่หลอดเลือดดำโดยตรง ส่วนเมโสหน้าใส มาเด้ จะทำการใช้ยาที่มีการกระตุ้นคอลลาเจนและวิตามินที่มีความสำคัญต่อผิว ฉีด 16 จุดทั่วใบหน้า ทำให้มีเกิดกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น

ฉีดวิตามินผิว ขาวจริงไหม ทำงานอย่างไร

การฉีดวิตามินผิวสามารถช่วยทำให้ขาวได้จริง เนื่องจากในตัวยามีส่วนประกอบของ Vit C, Vit B, NAC, Amino, Antioxidant หรือ Collagen ที่มีประโยชน์

เมื่อทำการฉีดเข้าสู่ร่างกาย ด้วยหลักการทำงานของวิตามินที่มีส่วนช่วยลดการเกิดขึ้นของเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นผลโดยอ้อมจากการที่เซลล์ภายในแข็งแรงขึ้น เนื่องจากมีทั้งคอลลาเจนที่ช่วยปกป้องผิวทำให้เซลล์แข็งแรง มี NAC (N-Acetyl Cysteine) ที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ และช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์ Glutathione ออกมาตามธรรมชาติได้ดีขึ้น จึงทำให้ผิวสว่างและกระจ่างใสขึ้นได้ แต่ระดับความขาวที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้มากจนเลยระดับผิวหนังเดิมมากนัก และให้ผลลัพธ์ต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย

ฉีดวิตามินผิว อันตรายไหม

โดยปกติแล้วการฉีดวิตามินผิวไม่ได้มีอันตราย เนื่องจากตัวยาเป็นสารสกัดธรรมชาติ และส่วนประกอบหลายตัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับร่างกายอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายหลังจากทำหัตถการ แต่สิ่งที่ควรระวังและทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ คือ การฉีดวิตามินที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนจากทางองค์การอาหารและยา

หรือทำการฉีดวิตามินผิวที่บ้านด้วยตัวเอง ซึ่งการฉีดยาเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นเลือดดำเองโดยตรงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เกิดอาการแพ้รุนแรง, เกิดภาวะช็อก, ผื่นขึ้นลุกลาม จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ และการฉีดแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 2-5 กรัม/สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติขึ้นระหว่างการฉีด เช่น แสบคัน เนื่องจากอาจจะไม่ได้ฉีดเข้าไปในเส้นเลือดดำ แต่อาจเข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อหรือผิวหนังแทน ดังนั้น ควรทำการฉีดกับคลินิกที่น่าเชื่อถือ และทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น

ใครบ้างที่เหมาะฉีดวิตามินผิว

ใครบ้างที่เหมาะฉีดวิตามินผิว

ทุกคนสามารถทำการฉีดวิตามินผิวได้ เนื่องจากปกติคนเราก็จะได้รับวิตามินจากการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้อยู่แล้ว ดังนั้น หากสามารถรับประทานได้ตามปกติก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวิตามิน

แต่สำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ไม่อยากทาครีม ผิวคล้ำเสีย ไม่กระจ่างใส ทาครีมอะไรก็ไม่ดีขึ้น ต้องการฟื้นฟูร่างกาย และสภาพผิวอย่างเร่งด่วนแบบไม่ต้องรอ รวมไปถึงระบบภูมิต้านทำงานบกพร่อง เป็นหวัด โรคภูมิแพ้ สามารถรับวิตามินด้วยวิธีฉีดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ เนื่องจากช่วยฟื้นฟูร่างกายในระยะเวลารวดเร็วกว่าการรับวิตามินด้วยการรับประทานอาหาร

ใครบ้างที่ไม่เหมาะฉีดวิตามินผิว

ถึงแม้ว่าวิตามินผิวจะมีประโยชน์มากมายสำหรับคนเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับบุคคลในกลุ่มเหล่านี้

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • คนไข้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ (G6PD Deficiency)
  • คนไข้ที่มีภาวะเหล็กเกิน เพราะวิตามินซีจะเข้าไปทำให้ร่างกายเกิดการดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้นอีก ทำให้เกิดความไม่สมดุลของแร่ธาตุได้
  • คนที่มีประวัติแพ้ยา หรือวิตามินที่เป็นรูปแบบการฉีด
  • คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตต่ำ ผู้ที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน

ทั้งนี้ ก่อนคิดฉีดวิตามินผิว ควรปรึกษาและบอกถึงปัญหาสุขภาพของตนเองเพื่อให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทราบและประเมินก่อนทุกครั้ง

ฉีดวิตามินผิว ช่วยอะไรบ้าง

ฉีดวิตามินผิว ช่วยอะไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิวเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากเพราะช่วยในเรื่องความกระจ่างใสของผิว เนื่องจากตัวยาจะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวกระจ่างใส สุขภาพดี เห็นผลจริงดูมีออร่า แต่นี่ยังไม่ใช่ประโยชน์ทั้งหมด มาดูกันดีกว่าว่า การฉีดวิตามินผิว มีประโยชน์อื่นๆ ในเรื่องอะไรอีกบ้าง

  • ช่วยบรรเทาอาการหวัด และโรคภูมิแพ้ เนื่องจากกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีมากขึ้น
  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านสารอนุมูลอิสระ
  • ทำให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย
  • ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก ฟัน ผิวหนัง
  • ช่วยควบคุมระดับไขมันในร่างกายให้เป็นปกติ

*ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้ด้วย

ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล

ในช่วงเดือนแรกควรฉีดทุกสัปดาห์ และหลังจากนั้นฉีดทุกๆ 2 สัปดาห์เพื่อคงสภาพผิวไว้ และจะทำให้เห็นผลการรักษาได้ชัดเจน ซึ่งคุณสามารถเห็นผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินผิวได้หลังจากทำการฉีดไปแล้วประมาณ 3 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ในช่วง 7-14 วันหลังจากทำการฉีด

การเตรียมตัวก่อนฉีดวิตามินผิว

  • ตรวจสอบประวัติคลินิก อ่านรีวิว และสอบถามจนเชื่อได้ว่าเป็นคลินิกที่มีหมอหรือพยาบาลที่เชี่ยวชาญจริง
  • อย่าเชื่อโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง ควรเตรียมตัวศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างละเอียด
  • เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีประวัติการแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการ
  • เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • เข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการประเมินสภาพผิว และปรับสูตรตัวยาที่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบยาแท้ที่ใช้ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกับทางแพทย์ได้โดยตรง

ขั้นตอนการฉีดวิตามินผิว

การฉีดวิตามินผิวไม่ได้ยุ่งยากหรือใช้เวลานานอย่างที่คิด โดยจะใช้ประมาณ 20-45 นาทีเท่านั้น ในเบื้องต้นเมื่อเข้ามารับหัตถการจะต้องแจ้งข้อมูลประวัติส่วนตัว เช่น น้ำหนัก ส่วนตัว ยาที่แพ้ต่างๆ และทำการวัดความดันว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่

หลังจากนั้นแพทย์จะทำการปรับสูตรวิตามินให้ตรงกับปัญหาผิว โดยทำการกำหนดปริมาณวิตามินที่ร่างกายจะได้รับ และทำการฉีดวิตามินผิว โดยให้สารน้ำที่ผสมวิตามินเข้มข้นเข้าเส้นเลือดดำบริเวณข้อมือ หรือข้อพับแขน คล้ายการให้น้ำเกลือ ประมาณ 10 – 15 นาที หรือจนกว่าตัวยาจะหมดหลอด ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังจากการทำหัตถการเสร็จ แต่อาจจะเฝ้าดูอาการแพ้ บวมหรือช้ำ ในระยะ 1-2 วันแรกต่ออีกหน่อย

การปฏิบัติตัวหลังฉีดวิตามินผิว

  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปทำลายวิตามินที่ได้รับจากการหลังฉีดวิตามินผิว
  • ทาครีมกันแดดก่อนทุกครั้ง เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือ PHA (Poly Hydroxy Acid) เพื่อให้สามารถทำให้ผิวหนังชั้นนอกหลุด และเซลล์ผิวหนังชั้นล่างจะทำการสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงมาทดแทน
  • งดนวดผิวบริเวณที่ทำทันที
  • งดเช็ดถูหรือเกาบริเวณที่ฉีด
  • หากมีรอยช้ำหรือแดงจากรอยเข็มบริเวณที่ฉีดให้ประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากอาการช้ำ บวมหรือแดง 1-2 วันไม่หาย ให้ติดต่อแพทย์เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาทันที

ฉีดวิตามินผิว ที่ไหนดี

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกฉีดวิตามินผิว หรือกำลังหาข้อมูลว่าจะฉีดวิตามินผิวที่ไหนดี แนะนำว่าควรเลือกใช้บริการจากคลินิกที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าสำหรับคุณ

  • เลือกใช้บริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถสังเกตได้จากใบอนุญาตการเปิดให้บริการ รวมถึงการให้บริการที่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับวิตามินที่ใช้อย่างตรงไปตรงมา
  • ตรวจสอบสถานะของแพทย์ว่าน่าเชื่อถือและเป็นแพทย์จริงหรือไม่ จากเว็บไซต์แพทยสภา ให้คุณทำการกรอกชื่อ-นามสกุลของแพทย์ที่จะเข้ารับการรักษา เพื่อตรวจสอบใบหน้าและประวัติด้วยตัวเอง
  • ราคาสมเหตุสมผล ไม่สูงจนเกินไปและไม่ต่ำจนเกินไป เพราะการฉีดวิตามินผิวราคาสูงไม่ได้หมายความว่าดีเสมอไป แต่อาจจะเป็นการคิดราคาที่เกินมาตรฐานก็เป็นได้
  • เลือกคลินิกที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งจากรีวิวของคลินิกเอง และการให้ Feedback จากผู้ใช้บริการจริงที่เคยใช้บริการแล้ว โดยดูรีวิวได้จากช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น เว็บไซต์, Facebook Google Map หรือการตั้งกระทู้รีวิวต่างๆ

อย่างที่ We Clinic เองก็เป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตกิจการตามมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินงานโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ และเราเลือกใช้ตัวยาวิตามินผิวที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และผ่านอย.เท่านั้น ดังนั้น เมื่อมาขอรับบริการ เรายินดีให้ตรวจสอบข้อมูลตัวยาได้

ฉีดวิตามินผิวราคา

สำหรับราคาของการฉีดวิตามินผิวจะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่เข้ารับการฉีดและตัวยาที่เลือกใช้ ซึ่งก็ควรอยู่ในเรทที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ทั้งนี้ ควรสอบถามกับทางคลินิกโดยตรง ถึงราคา โปรโมชั่น และตัวยาที่ทางคลินิกจะใช้ แต่แนะนำให้เลือกใช้บริการฉีดวิตามินเข้าสู่ผิวกับคลินิกที่มีหลากหลายสูตรวิตามิน เพื่อที่จะได้เลือกสูตรที่เหมาะสมกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข และสูตรที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดวิตามินผิวหลังฉีดออกแดดได้มั้ย

หลังจากทำการฉีดวิตามินผิวแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงให้ได้มากที่สุด แนะนำให้พยายามใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพราะผิว หลังฉีดวิตามินผิวจะไวต่อการโดนแสงแดดมากเป็นพิเศษ

ระยะเวลาพักฟื้นหลังฉีดวิตามินผิว

หลังจากฉีดวิตามินผิวเรียบร้อยแล้ว สามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่ควรที่จะดูแลตัวเองตามคำแนะนำหลังจากการฉีดของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สีผิวที่สม่ำเสมอ และฟื้นฟูผิวได้อย่างเต็มที่

หลังจากทำการฉีดวิตามินผิว ผลลัพธ์ที่คุณจะได้คือ ผิวมีความขาวกระจ่างใส จุดด่างดำและรอยหมองคล้ำลดลง และยังสามารถลดการสร้างเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าหรือจุดด่างดำได้ ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้คุณสามารถคงสภาพและทำให้เห็นผลได้อย่างชัดเจนมากขึ้นด้วยการฉีดต่อเนื่อง และการดูแลตัวเองหลังฉีดวิตามินผิวตามคำสั่งของแพทย์อย่าสม่ำเสมอ

หากคุณสนใจทำการฉีดวิตามินผิวสามารถสอบถามเกี่ยวกับเคสต่างๆ กับทาง We Clinic ได้เลยโดยตรงที่ facebook หรือ Line เรายินดีตอบทุกคำถามและให้คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดกับคุณ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ

ปรึกษา เสริมคาง เสริมจมูก ออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Line chat facebook chat