ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ทางลัดของคนอยากลดความอ้วน…หรือแค่กระแส?

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนและคุมหิวได้จริง โดยใช้วิธีฉีด เพื่อช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มง่ายและกินน้อยลง

ตัวยาจะออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว ส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้นเมื่อควบคุมปริมาณการกินได้ดีขึ้น 

การลดน้ำหนักจึงทำได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้นอย่างไรก็ตาม การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยในแต่ละบุคคล

คลิกอ่านหัวข้อ ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ?

ปากกาลดความอ้วน หรือ ปากกาลดน้ำหนัก คือยาฉีดในรูปแบบปากกาที่ใช้ช่วยควบคุมน้ำหนัก โดยมีสารออกฤทธิ์ชื่อลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ซึ่งเป็นเปปไทด์โปรตีนที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติในร่างกาย 

ทำหน้าที่ช่วยชะลอความหิว ทำให้อิ่มง่ายขึ้น และลดความอยากอาหาร ส่งผลให้เราควบคุมปริมาณการกินได้ดีขึ้น เปปไทด์กลุ่ม GLP-1 นี้ สามารถถูกย่อยสลายที่ลำไส้และกำจัดออกจากร่างกายได้ตามปกติ

จึงไม่ตกค้างสะสมในร่างกายเมื่อใช้อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ

การฉีดปากกาลดน้ำหนัก มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร ?

การฉีดปากกาลดน้ำหนัก มีกลไลการรออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมน GLP-1 ของมนุษย์มากถึง 97% ทำให้จับกับตัวรับได้นานกว่า 

และไม่ถูกย่อยสลายเร็วเหมือนฮอร์โมนธรรมชาติ จึงช่วยคุมความหิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ โดยมีกลไกหลักทำงาน 3 ส่วน ดังนี้ค่ะ:

  • ออกฤทธิ์ที่สมอง ช่วยลดความอยากอาหาร

Hypothalamus เป็นศูนย์ควบคุมความหิวและการใช้พลังงาน จะกระตุ้นเซลล์ประสาท POMC และ CART ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น 

ยับยั้งเซลล์ประสาท NPY/AgRP ซึ่งเป็นเซลล์ที่กระตุ้นความหิว ส่งผลให้ความอยากอาหารลดลง รับพลังงานน้อยลง โดยไม่กระทบอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

  • ออกฤทธิ์ต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น 

ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารจากกระเพาะสู่ลำไส้ (Delayed Gastric Emptying) เมื่ออาหารค้างในกระเพาะนานขึ้น จะรู้สึกอิ่มนานขึ้นหลังรับประทานแต่ละมื้อ ช่วยลดพฤติกรรมกินจุกจิกและควบคุมปริมาณอาหารได้ดีขึ้นค่ะ

  • ออกฤทธิ์ที่ตับอ่อน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด  

กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน จากเซลล์เบต้า เฉพาะเวลาที่น้ำตาลในเลือดสูง  ลดการหลั่งกลูคากอน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำตาล ช่วยให้ระดับน้ำตาลนิ่งขึ้น สนับสนุนการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย

สรุปกลไกของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ลดความอยากอาหารผ่านสมอง เพิ่มความอิ่มนานด้วยการชะลอการย่อย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

ตัวยาปากกาลดความอ้วน มีอะไรบ้าง ?  

ตัวยาปากกาลดความอ้วน  คือ ลิรากลูไทด์ (Liraglutide) เป็นตัวยาสำคัญทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ (GLP-1) ที่ควบคุมความอยากอาหารทำให้ รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและนานขึ้น 

การใช้ปากกาลดความอ้วน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?   

  • ควบคุมความอยากอาหาร
    ปากกาลดน้ำหนักจะออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกาย ส่งสัญญาณไปที่สมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มได้นานขึ้น กินได้น้อยลง และช่วยลดอาการอยากของหวานหรือกินจุกจิกระหว่างมื้อ
  • ทำให้อิ่มนานด้วยการชะลอการย่อย
    ยาจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง อาหารจึงค้างอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดเลยค่อย ๆ ขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่เหวี่ยงง่าย ช่วยให้คุมความหิวได้ตลอดวัน
  • ช่วยให้น้ำหนักลดลงง่ายขึ้น
    เมื่อกินน้อยลง อิ่มง่ายขึ้น และคุมหิวได้ดี การสร้างภาวะขาดดุลพลังงานก็ทำได้ง่ายขึ้น น้ำหนักตัวจึงค่อย ๆ ลดลงอย่างมีแบบแผน เมื่อใช้ร่วมกับการปรับอาหารและการออกกำลังกาย
  • ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
    ปากกาลดน้ำหนักบางชนิดช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและยับยั้งกลูคากอน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น ลดโอกาสน้ำตาลเหวี่ยง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในระยะยาว
  • ลดความเสี่ยงโรคร่วมจากความอ้วน
    เมื่อควบคุมน้ำหนักและน้ำตาลได้ดีขึ้น ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จากโรคอ้วนก็ลดลงตามไปด้วย
  • ช่วยปรับพฤติกรรมการกินในภาพรวม
    เพราะไม่หิวบ่อย และไม่อยากกินเกินความจำเป็น จึงช่วยให้คนไข้ค่อย ๆ ปรับรูปแบบการกินให้ดีขึ้น กินเป็นเวลา เลือกอาหารมากขึ้น และลดพฤติกรรมกินตามอารมณ์ได้ง่ายขึ้นค่ะ

ใครบ้างเหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ?

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน BMI ≥ 30 (เข้าข่ายโรคอ้วน)
    BMI 27–29.9 (น้ำหนักเกิน) ร่วมกับโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  • ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักภายใต้เกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ โดยเฉพาะคนที่เคยควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วลดน้ำหนักได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ผู้ที่ได้รับการประเมิน BMI และการตอบสนองต่อยาอย่างถูกต้อง ผู้ใช้ Saxenda ควรมีน้ำหนักลดลงอย่างน้อย 5% ของน้ำหนักตั้งต้น ภายใน 12 สัปดาห์ที่ใช้ขนาดยา 3 มิลลิกรัมต่อวัน จึงถือว่าเป็นผู้ที่ตอบสนองต่อยาและสามารถรักษาต่อเนื่องได้
  • ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากน้ำหนักเกิน เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งการลดน้ำหนักจะช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พราะนอกจากช่วยให้รูปร่างดีขึ้นแล้ว ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และลดความถี่ของการหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ใครบ้างเหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนัก ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?

  • คนที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง
    เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไหลเวียนและทำให้อาการเดิมแย่ลงได้
  • คนที่แพ้ลิรากลูไทด์ (Liraglutide) หรือส่วนประกอบของยา
    เสี่ยงเกิดอาการแพ้ตั้งแต่ผื่น ลมพิษ ไปจนถึงอาการแพ้รุนแรง
  • คนที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะชนิด Medullary Thyroid Carcinoma (MTC)
    เป็นกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มนี้อย่างชัดเจน
  • คนที่เป็นโรค MEN2 (Multiple Endocrine Neoplasia type 2)
    เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อที่มีข้อควรระวังสำคัญสำหรับปากกาลดน้ำหนักบางชนิด
  • คนที่มีปัญหากระเพาะอาหาร/ลำไส้อย่างรุนแรง หรือเป็น IBD (Inflammatory Bowel Disease)
    เพราะยาอาจทำให้อาการทางระบบทางเดินอาหารรุนแรงขึ้น
  • คนที่เคยมีโรคเกี่ยวกับตับอ่อน หรือเคยถุงน้ำดีอักเสบ
    ไม่ควรเริ่มใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

ฉีดปากกาลดน้ำหนัก Saxenda นานไหมกว่าจะเห็นผล?

โดยทั่วไปปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก เช่น อยากอาหารน้อยลง อิ่มไวขึ้น ในเดือนแรกหลายคนสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 3–5 กก.

ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือน และหากควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม มักลดน้ำหนักได้ประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตัว

 ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน ชนิดยา และการดูแลตัวเองระหว่างใช้ยา

ปากกาลดน้ำหนัก มียี่ห้ออะไรบ้าง ? 

ปัจจุบันปากกาลดน้ำหนัก ที่ใช้ทางการแพทย์มีให้เลือกหลายยี่ห้อ โดยออกฤทธิ์ผ่านฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิวและการเผาผลาญเป็นหลัก 

แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มสำคัญ คือ GLP-1 receptor agonist และ GIP agonist (หรือแบบออกฤทธิ์ร่วมกัน) ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและความถี่ในการฉีดแตกต่างกัน 

  • ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda 
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda 

Saxenda เป็นหนึ่งในปากกาลดน้ำหนักรุ่นแรก ๆ ที่ได้รับการรับรองให้ใช้เพื่อลดน้ำหนักโดยตรง มีตัวยา Liraglutide ซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มไวขึ้น และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

จุดเด่นของ Saxenda คือเป็นยาที่มีข้อมูลความปลอดภัยและการใช้งานในระยะยาวค่อนข้างชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy

Wegovy มีสารออกฤทธิ์คือSemaglutide จัดอยู่ในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist เช่นเดียวกับ Saxenda แต่มีความแรงของยาและระยะเวลาออกฤทธิ์ที่ยาวกว่า
ยานี้ช่วยลดความอยากอาหาร ควบคุมปริมาณการกิน และชะลอการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร 

ข้อควรปฏิบัติหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง?

เพื่อให้คุมหิวได้ดีและลดโอกาสไม่สบายท้อง แนะนำให้ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตดังนี้

  • กินมื้อเล็ก ๆ ครั้งละน้อย ๆ
  • หยุดกินทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกอิ่ม
  • เลี่ยงอาหารมันจัด หรือของทอด
  • งดสูบบุหรี่ และงดแอลกอฮอล์

ปากการลดน้ำหนัก ราคาเท่าไหร่ แพงไหม ?

ปัจจุบันที่ WE Clinic ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีราคา 1 แท่ง 3,700 บาท  และมีโปรสุดคุ้ม 3 แท่ง 10,500 บาท (เฉลี่ยแล้วแท่งละ 3,500 บาท)

 ทุกเคสจะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ของคลินิก มีการซักประวัติ ตรวจประเมินความเหมาะสม แนะนำวิธีใช้ปากกา Saxenda อย่างถูกต้อง 

รวมถึงช่วยวางแผนการควบคุมน้ำหนักให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก

หากหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก โยโย่ไหม ?

การหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักมีโอกาสโยโย่เพราะความหิวจะกลับมาเท่าเดิม หากไม่ปรับนิสัยการกินและไม่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย 

ดังนั้นควรให้แพทย์ค่อยๆ ปรับลดโดสยาเพื่อป้องกันระบบเผาผลาญพัง วิธีคุมน้ำหนักให้คงที่ยาวนานที่สุดคือการรับประทานโปรตีนสูงและสร้างกล้ามเนื้อเพื่อรักษาการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีแม้ไม่มีตัวยาช่วย 

การใช้ปากกาฉีดลดความอ้วน ปลอดภัยไหม ?

ปากกาลดน้ำหนักปลอดภัยค่ะ หากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเป็นยาที่ผ่าน อย. เพราะเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องประเมินความเหมาะสมและติดตามผล 

แต่จะอันตรายหากซื้อมาใช้เอง เพราะอาจเป็นของปลอม มีผลข้างเคียง (คลื่นไส้, ปวดท้อง) และไม่เหมาะกับบางกลุ่ม (ตั้งครรภ์, มีโรคไทรอยด์/ตับอ่อนอักเสบ, เด็ก)

จำเป็นต้องฉีดปากกาลดน้ำหนักตลอดไปไหม หยุดใช้ได้เมื่อไหร่ ?

ไม่จำเป็นต้องฉีดปากกาลดน้ำหนักตลอดไปนะคะ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องจนถึงเป้าหมายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เมื่อน้ำหนักคงที่แล้ว แพทย์จะพิจารณาให้ลดขนาดยาจนหยุดได้ 

แต่ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย หากหยุดโดยไม่ปรับพฤติกรรม อาจกลับมานํ้าหนักขึ้นได้

ปากกาลดน้ำหนัก 1 ด้าม ใช้ได้กี่วัน ?

ปากกาลดน้ำหนักSaxenda 1 แท่งมีตัวยา 18 mg ดังนั้นใช้ได้กี่วันจะขึ้นกับโดสที่ฉีดต่อวัน (แพทย์จะค่อย ๆ ปรับเพิ่มจาก 0.6 → 1.2 → 1.8 → 2.4 → 3.0 mg/วัน)  

โดยคร่าว ๆ ถ้าอยู่ที่ 3.0 mg/วัน จะใช้ได้ประมาณ 6 วัน แต่ถ้าโดสต่ำกว่านี้ก็จะใช้ได้นานขึ้นค่ะ

สรุปเรื่องปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาฉีดที่ช่วยคุมหิว ทำให้อิ่มง่ายและกินน้อยลงเหมาะกับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไปแล้วยังไม่ได้ผล ควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ

ปรึกษา เสริมคาง เสริมจมูก ออนไลน์
Line chat facebook chat