
สร้างร่อง 11หรือ ปั้นก้นเด้ง ได้ใน 30 นาทีจริงเหรอ? HIFEM ตัวช่วยสุดฮอตที่คนรักหุ่นเลือกใช้ HIFEM แล้วต้องทำกี่ครั้ง? ถึงจะเห็นผลจริง บอกหมดในบทความนี้
HIFEM คืออะไร
HIFEM (High-Intensity Focused Electromagnetic) คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงแบบโฟกัส เป็นเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง
ที่ใช้ในการกระตุ้นกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงให้เกิดการหดตัวและคลายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมากกว่าการออกแรงด้วยตัวเอง การทำ HIFEM สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันได้ในเวลาเดียวกัน
HIFEM มีหลักการทำงานอย่างไร
เครื่อง HIFEM ทำงานโดยส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง (~2.5 Tesla) ไปกระตุ้นเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อโดยตรง ไม่ต้องผ่านสมอง คลื่นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวอย่างต่อเนื่องและลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อหลัก
ซึ่งเป็นการหดตัวพิเศษนี้เรียกว่า Supramaximal Contraction คือแรงกว่าที่ร่างกายเราจะทำได้เองถึง 90-95% เทียบได้กับการซิทอัพหรือแพลงก์ด้วยตัวเองหลายร้อยครั้ง
ใน 1 ครั้งใช้เวลาเพียง 30 นาที แต่กล้ามเนื้อจะถูกกระตุ้นให้หดเกร็งตัวมากกว่า 20,000 ครั้ง โดยไม่มีแรงกระแทก ไม่ปวดข้อต่อ และไม่เสี่ยงบาดเจ็บ
เหมาะสำหรับคนที่อยากมี ร่อง 11, ก้นเด้ง, หรือฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรง โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายบ่อย ๆ หรืออยากเสริมผลลัพธ์ให้ชัดเจนขึ้น
HIFEM Novartix เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่น ร่อง 11 หรือซิกแพ็ก
- ผู้ที่ต้องการกระชับก้นให้กลมเด้ง โดยไม่เพิ่มขนาดต้นขา
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันได้เล็กน้อย พร้อมเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
- ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ต้องการเร่งผลลัพธ์หรือเก็บรายละเอียด
- ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ไม่สามารถออกกำลังกายหนักได้ เช่น คนที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง
- คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อแกนกลางและลดไขมันหน้าท้อง
ทำHIFEM ด้วยโปรแกรม Novartix ได้ผลจริงไหม
มีการศึกษาวิจัยรองรับมากมาย ทั้งจาก MRI, Ultrasound, Clinical Trial พบว่า:
- กล้ามเนื้อหนาขึ้น 16-18% ภายใน 4-8 ครั้ง
- ไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) ลดลง 17-21%
- เพิ่มความแข็งแรงของ core muscle และความสมดุลของร่างกาย
- สามารถช่วยป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง (low back pain) ได้
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : Multicenter MRI study: flank-HIFEM × 4 → muscle ↑ 15-18 %, fat ↓ 17-21 % @ 8 wks
(academic.oup.com/asj/article/44/8/850/7626230?utm_source=chatgpt.com)
ทำไม HIFEM Novartix ของ WE Clinic ถึงเห็นผลไวและแม่นยำ?
- หัวเครื่อง (Probe) ออกแบบเฉพาะแนวกล้ามเนื้อ โอบแนบกล้ามเนื้อหลัก เช่น หน้าท้อง ก้น หรือข้างลำตัว ได้ตรงจุดคลื่นแม่เหล็กลงได้ลึก ไม่กระจายผิดทิศทาง
- กระตุ้นกล้ามเนื้อแบบค้างจังหวะ (Isometric Hold) หดกล้ามเนื้อแรงและนิ่ง 5–10 วินาทีในแต่ละรอบ เหมือนเล่นเวทแล้วค้างท่าไว้ต่อเนื่อง ช่วยเร่งการสร้างกล้ามเนื้อ
- เข้าถึงระดับ 90–95% ของ Maximal Voluntary Contraction เป็นระดับสูงสุดที่ร่างกายสามารถสั่งให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสูงกว่าที่ร่างกายจะทำเองได้ แม้ในคนฟิต จึงช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและสลายไขมันได้เร็วขึ้น
- ไม่ต้องพึ่งกล้ามเนื้อรอบข้างหรือแรงจากหลังส่วนล่าง ลดความเสี่ยงบาดเจ็บ เหมาะกับคนออกกำลังกายไม่ได้
HIFEM ไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดเฉียบพลันหรือโรคหลอดเลือดรุนแรง
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ โลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ผู้ที่มีไส้เลื่อนในช่องท้องที่ยังไม่ได้รับการรักษา
HIFEM Novartix สร้างร่อง 11 ได้อย่างไร
การทำ HIFEM บริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus abdominis และ Oblique) ช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อในระดับลึกและต่อเนื่อง ส่งผลให้กล้ามเนื้อพัฒนาและแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อไขมันใต้ผิวหนังลดลงควบคู่กัน จะทำให้เส้นกล้ามเนื้อข้างหน้าท้องหรือที่เรียกกันว่า “ร่อง 11” (Linea semilunaris) มีความชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ยังไม่สามารถสร้างร่อง 11 ได้อย่างชัดเจนด้วยตัวเอง
HIFEM Novartix ปั้นก้นได้อย่างไร
การทำ HIFEM ด้วยโปรแกรม Novartix บริเวณกล้ามเนื้อก้น (Gluteus maximus และ Gluteus medius) จะเน้นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวแบบ supramaximal contraction มากกว่า 20,000 ครั้งต่อครั้ง
ส่งผลให้กล้ามเนื้อก้นหนาแน่นขึ้น ยกกระชับ และมีทรงที่กลมเด้งขึ้น ลดปัญหาก้นแบนหรือหย่อนคล้อย
นอกจากนี้ยังไม่เพิ่มขนาดต้นขา เพราะเป็นการกระตุ้นเฉพาะกล้ามเนื้อก้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทรงก้นสวยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องขาใหญ่หรือบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหนัก
ทำ HIFEM Novartix กี่ครั้งถึงเห็นผล
โดยทั่วไป แนะนำให้ทำ HIFEM ด้วยโปรแกรม Novartixอย่างน้อย 4-6 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน โดยทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งต่อเนื่องกัน
จากงานวิจัยพบว่า หลังจากครบ 4-8 ครั้ง กล้ามเนื้อจะหนาขึ้น 16-18% ไขมันลดลง 15-20% และความแข็งแรงของ core muscle จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายเดิม และการดูแลตนเองร่วมด้วย เช่น การรับประทานโปรตีนและการออกกำลังกายเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
HIทำ HIFEM ด้วยโปรแกรม Novartix ราคาเท่าไร
โปรแกรม Novartix HIFEM ราคาเริ่มต้นที่ 9,000–38,900 บาท โดยใช้เทคโนโลยี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงแบบโฟกัส เพื่อกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ ราคาแตกต่างกันตามบริเวณ จำนวนครั้ง และแพ็กเกจที่เลือก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WE Clinic ค่ะ
HIFEM เสริมสมรรถภาพเพศชายได้อย่างไร?
การทำ HIFEM ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core) และ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่ควบคุมการแข็งตัวและการหลั่งของอวัยวะเพศชาย
เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งแรงขึ้น จะช่วยให้:
- ควบคุมการแข็งตัวได้ดีขึ้น
- ชะลอการหลั่ง ช่วยให้มีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น
- เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ
- เพิ่มความมั่นใจและฟื้นฟูสมรรถภาพโดยรวม
HIFEM เสริมสมรรถภาพเพศหญิงได้อย่างไร?
HIFEM ช่วยกระตุ้นและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic floor) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่รองรับมดลูก กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ เมื่อกล้ามเนื้อนี้แข็งแรงขึ้นจะช่วยให้:
- ช่องคลอดกระชับขึ้น เพิ่มความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์
- ลดปัญหาปัสสาวะเล็ด เวลาจาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย
- ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หลังคลอดหรือช่วงวัยทอง
- เพิ่มความมั่นใจและคุณภาพชีวิตทางเพศโดยรวม
จุดเด่นของHIFEM Novartix ที่ WE Clinic
- แพทย์จะเริ่มจากการออกแบบโปรแกรมNovartix โดยพิจารณาจากสรีระและโครงสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะบุคคล
- ใช้แรงแม่เหล็กสูง 2.5 Tesla กำลังไฟคงที่ตลอดการทำ ไม่ดรอป ไม่ลดระดับ
- ระบบกระตุ้นแบบ Isometric Hold
- คือการบังคับให้กล้ามเนื้อ “หดค้าง” อยู่กับที่ตลอด 5–10 วินาทีในแต่ละรอบ
- เหมือนการค้างท่าแพลงก์หรือยกเวทค้างไว้ ไม่ใช่แค่หด-คลายเบา ๆ ชั่วครู่
- ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ลึกและต่อเนื่องมากกว่าการหดตัวธรรมดา
- ผ่านการทดสอบจากเคสจริงกว่า 100 คน และเลือกใช้จากหลายแบรนด์ที่ทดลองมาแล้ว
- ได้มาตรฐานความปลอดภัยทั้ง FDA (สหรัฐอเมริกา), CE (ยุโรป) และ อย.ไทย
- ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกว่า “เกร็งหนักเหมือนซิทอัพหลายร้อยครั้ง” โดยไม่ต้องออกแรงเอง
รู้ได้อย่างไรว่า HIFEM ได้ผล?
หลังการใช้ HIFEM ผู้ใช้จะสามารถประเมินผลเบื้องต้นได้จาก 3 กลุ่มสัญญาณดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ:
การวัดรอบเอว รอบต้นขา หรือบริเวณที่รักษา มักพบการลดลงของไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) ประมาณ 15–20% ภายใน 4–8 ครั้ง
พร้อมกับการเพิ่มความหนาของมัดกล้ามเนื้อ (muscle thickness) เฉลี่ย 16–18% ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยสายตาเปล่า เช่น ร่อง 11 ชัดขึ้น หน้าท้องแน่นขึ้น หรือสัดส่วนกระชับขึ้น
- อาการเมื่อยล้าหลังทำ (Delayed Onset Muscle Soreness – DOMS):
จะรู้สึกเมื่อยล้าเหมือนออกกำลังกายหนักมาอย่างหนัก เช่น หัวเราะแล้วเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย หรือรู้สึกเกร็งค้างตลอดในบริเวณที่ทำ เช่น หน้าท้องหรือสะโพก แสดงว่าเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพ - การตอบสนองของร่างกาย:
หลายคนจะเริ่มรู้สึกถึงความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น เช่น การทรงตัวดีขึ้น แพลงก์ได้นานขึ้นและมากขึ้นหรือรู้สึก core body แข็งแรงขณะเคลื่อนไหว
กล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้น มีข้อดีอย่างไร
การทำ HIFEM (High-Intensity Focused Electromagnetic) แล้วทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นนั้น มีข้อดีทางการแพทย์ที่สามารถอธิบายได้ชัดเจน ดังนี้:
- มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น (Muscle Mass) HIFEM กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดเกร็งในระดับ “Supramaximal” (มากกว่าการออกกำลังกายปกติ) ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อหนาแน่นขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้จริง ลดความเสี่ยงของกล้ามเนื้อฝ่อลีบ (muscle atrophy) ในผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือผู้ที่อยู่ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด/เจ็บป่ว
- ระบบเผาผลาญดีขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อเยอะขึ้น ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น แม้ตอนที่เรานั่งเฉย ๆ หรือหลับอยู่ (เรียกว่าเผาผลาญพื้นฐาน หรือ Basal Metabolic Rate) เหมือนร่างกายมีเตาเผาใหญ่ขึ้น เลยใช้พลังงานได้มากขึ้นกว่าคนที่มีกล้ามเนื้อน้อย ผลดีคือช่วยควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น, ลดโอกาสลงพุง (ไขมันในช่องท้อง) ,ลดความเสี่ยงเป็นเบาหวาน เพราะน้ำตาลในเลือดจะถูกใช้ไปกับกล้ามเนื้อมากขึ้น
- เสริมความมั่นคงของแกนกลางลำตัว (Core Stability) HIFEM มักใช้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อแกนกลาง และสะโพก ซึ่งช่วยให้โครงสร้างร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดอาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) เพิ่มความสามารถในการยืน เดิน นั่งลุก เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
ระหว่างทำ HIFEM – กล้ามเนื้อทำงานอย่างไร?
- นาทีที่ 0–10 กล้ามเนื้อเริ่มถูกกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง เกิดการหดตัวแบบ supramaximal contraction เป็นจังหวะ รู้สึก “เกร็งตุบ ๆ” สบาย ๆ ยังไม่เมื่อย หายใจได้ตามปกติ
- นาทีที่ 10–20 กล้ามเนื้อเริ่มทำงานต่อเนื่อง เกิดการสะสมกรดแลคติก (Lactic Acid) รู้สึกเมื่อยคล้ายออกกำลังกายหนัก แต่ไม่ต้องกลั้นลมหายใจ เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อใช้พลังงานในระดับสูงแล้ว
- นาทีที่ 20–30 เครื่องเข้าสู่โหมด Isometric Hold (หดกล้ามเนื้อค้างนาน 5–10 วินาที) กระตุ้นกล้ามเนื้อได้ใกล้เคียงถึง 90–95% ของระดับแรงสูงสุดที่ร่างกายสามารถเกร็งกล้ามเนื้อได้ด้วยตัวเอง จะรู้สึกเกร็งลึก คล้ายกับเล่นเวท “จนหมดแรง” แม้นอนอยู่เฉย ๆ
หลังทำ HIFEM – จะเกิดอะไรขึ้น?
- เมื่อยกล้ามเนื้อเฉพาะจุด 12–48 ชั่วโมง คล้ายอาการ DOMS (ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย) บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อถูกใช้งานจริงและเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู
- ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ฟกช้ำ เพราะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่มีแรงกดหรือดึงบนผิวหนัง
- ทำซ้ำได้ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ปลอดภัยต่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ช่วยเร่งผลลัพธ์ให้เร็วและคงอยู่ได้นานขึ้น
ขั้นตอนการทำ HIFEM ด้วยNovartix ที่ WE Clinic
- ประเมินก่อนทำโดยแพทย์ พร้อมสแกนร่างกาย เริ่มจาก consult กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวัด % ไขมัน, น้ำหนัก และรอบเอว เพื่อดูจุดที่ควรเน้นในการกระตุ้นกล้ามเนื้อ และใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบหลังจบคอร์ส
- ติดหัวเครื่อง (Probe) ตามโปรแกรมเฉพาะบุคคล ตำแหน่งของ probe จะถูกวางตามแนวกล้ามเนื้อหลัก เช่น หน้าท้อง ก้น หรือ core เพื่อให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าส่งพลังงานได้ลึกและแม่นยำ
- เริ่มกระตุ้นกล้ามเนื้อ 20-40 นาที ด้วยระบบ Contract–Relax เครื่องจะกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวค้าง (isometric hold) และคลายตัวสลับกันอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงเกร็งระดับ Supramaximal มากกว่าการเกร็งด้วยตัวเอง ช่วยสร้างกล้ามและลดไขมันในเวลาเดียว
- หลังทำยืดกล้ามเนื้อและดื่มน้ำช่วยลดกรดแลคติก อาจรู้สึกเมื่อยคล้ายวันหลังออกกำลังกาย แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ และดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อช่วยขับของเสียและลดอาการล้า
- แนะนำทำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อผลลัพธืที่ชัดเจน เมื่อครบคอร์สแล้ว สามารถกลับมาทำซ้ำทุก 3–6เดือน เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้กล้ามเนื้อเฟิร์มและไม่ให้ไขมันไม่กลับมา
HIFEM เจ็บไหม
ระหว่างทำจะรู้สึกถึงการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในจังหวะต่าง ๆ โดยไม่เจ็บ แต่มีความรู้สึก “ตึง สั่น หนักๆ” คล้ายกับการออกกำลังกายเข้มข้น หลังทำจะมีอาการเมื่อยเหมือนเล่นเวท ไม่ทำให้เกิดบาดแผลหรือ downtime
สรุป
HIFEM คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงแบบโฟกัส ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เกิดการหดตัวและคลายตัวอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันเฉพาะจุดในคราวเดียว เหมาะกับคนที่อยากมีร่อง 11 หน้าท้องชัด หรือก้นกลมเด้งโดยไม่ต้องเจ็บตัว
หากทำควบคู่กับการออกกำลังกายและการกินอาหารที่มีประโยชน์ร่างกายจะตอบสนองต่อ HIFEM ได้ดีขึ้น เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ได้มาตรฐาน
ข้อมูลอ้างอิงจาก
- Multicenter MRI study: flank-HIFEM × 4 → muscle ↑ 15-18 %, fat ↓ 17-21 % @ 8 wks
(academic.oup.com/asj/article/44/8/850/7626230?utm_source=chatgpt.com) - Systematic review 2023 ยืนยันความปลอดภัย + ผลลัพธ์กล้าม/ไขมันในช่องท้อง
(pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9869942/?utm_source=chatgpt.com) - HI-SMS trial แสดงกล้าม oblique ตอบสนองสูงสุดในกลุ่มกล้ามหน้าท้อง
(pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36718803/)


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ