หลายคนเพิ่งได้ยินคำว่า osteotomy คืออะไร จากหมอระหว่างพูดคุยเรื่องเสริมจมูก หรืออ่านเจอในบทความแล้วยังงงอยู่ว่าหมายถึงอะไรกันแน่
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความหมายพื้นฐาน ประเภทที่พบบ่อย ไปจนถึงการตอกฐานจมูก (Nasal Osteotomy) ว่าทำเพื่ออะไร ใครต้องทำบ้าง และการตอกฐานจมูกสำคัญอย่างไรต่อการเสริมจมูก
Osteotomy คืออะไร
คนที่เพิ่งเจอคำนี้ครั้งแรกอาจสงสัยว่ามันเกี่ยวกับอะไรกับจมูก Osteotomy (อ่านว่า ออส-ที-ออท-โท-มี) คือการตัดหรือเหลากระดูกเพื่อปรับรูปร่างหรือแก้ไขโครงสร้างกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือสวยงามขึ้น
หลักการทำงานคือแพทย์จะสร้างรอยตัดในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นจึงปรับแนวกระดูกให้เข้าที่และปล่อยให้กระดูกประสานตัวกลับตามธรรมชาติ
เช่น ขากรรไกรหรือกระดูกโครงหน้า อาจต้องใช้แผ่นโลหะหรือสกรูช่วยยึดกระดูกระหว่างการฟื้นตัว
แต่ในกรณีของกระดูกจมูกนั้น กระดูกจมูกบางและมีเลือดมาเลี้ยงดีมาก ซึ่งจะเชื่อมประสานได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้โลหะดามค่ะ
osteotomy ใช้ได้กับกระดูกหลายส่วนในร่างกาย รวมถึงจมูก ขากรรไกร และกระดูกสันหลัง ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์ต้องการแก้ปัญหาอะไรในแต่ละรายนั่นเองค่ะ
Osteotomy ในภาษาไทยเรียกว่าอะไร
คำไทยที่ตรงที่สุดคือ “การตัดกระดูก” หรือ “การเหลากระดูก” แต่วงการแพทย์ไทยนิยมใช้ทับศัพท์ว่า “ออสทีโอโทมี” หรือ osteotomy ตรงๆ มากกว่าค่ะ
ส่วนในบริบทของการเสริมจมูก คนทั่วไปรู้จักในชื่อ “ตอกฐานจมูก” ซึ่งเป็นคำที่สื่อความหมายได้ตรงมากที่สุดค่ะ
หลักการทำงานของ Osteotomy
แม้คำว่า Osteotomy จะฟังดูเป็นหัตถการที่ซับซ้อน แต่หลักการทำงานค่อนข้างตรงไปตรงมา คือการปรับตำแหน่งกระดูกให้อยู่ในแนวที่เหมาะสมมากขึ้น โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ค่ะ
- แพทย์ทำรอยตัดบริเวณกระดูกที่ต้องการปรับแก้ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่มีขนาดเล็ก
- ปรับแนวหรือจัดตำแหน่งกระดูกใหม่ให้ได้รูปทรงตามแผนการรักษา
- ปล่อยให้กระดูกเชื่อมประสานตัวกลับตามธรรมชาติ โดยบางตำแหน่งอาจใช้แผ่นโลหะหรือสกรูช่วยยึดชั่วคราว
หลังจากกระดูกสมานตัวสมบูรณ์แล้ว ความแข็งแรงของกระดูกจะค่อย ๆ กลับคืนตามกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ จึงไม่ใช่การทำให้กระดูกอ่อนแอลงถาวรอย่างที่หลายคนกังวลค่ะ
Osteotomy มีกี่ประเภท ทำกับส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง
osteotomy ประเภทที่พบในไทยมีหลายแบบ แพทย์เลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย ด้านล่างนี้คือกลุ่มหลักที่พบบ่อยค่ะ
Nasal Osteotomy (ตอกฐานจมูก) ในการศัลยกรรมความงาม
Nasal Osteotomy หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อการตอกฐานจมูก เป็นเทคนิคที่ใช้ปรับโครงสร้างกระดูกจมูก โดยแพทย์จะทำการตัดและจัดตำแหน่งกระดูกจมูกด้านข้างทั้งสองฝั่งใหม่
เพื่อปรับความกว้างของฐานจมูก แก้ไขความเอียง หรือสร้างความสมดุลของโครงกระดูกจมูกให้มากขึ้น เทคนิคนี้มักใช้ในผู้ที่มีฐานกระดูกจมูกกว้าง กระดูกจมูกเบี้ยว เอียง ไม่สมมาตร หรือมีฮัมพ์จมูก (Hump Nose)
ซึ่งเป็นลักษณะของกระดูกสันจมูกที่นูนสูงกว่าปกติ เมื่อมีการตะไบฮัมพ์ออกแล้ว ฐานกระดูกจมูกอาจกว้างขึ้น ทำให้ต้องอาศัยการตอกฐานจมูกร่วมด้วยเพื่อปรับแนวกระดูกให้แคบและสมดุลมากขึ้น
ผลลัพธ์ของ Nasal Osteotomy ไม่ได้ช่วยเพียงลดความกว้างของฐานจมูกเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สันจมูกดูเรียวขึ้น แก้ปัญหาจมูกคดหรือเอียงจากโครงกระดูก
และทำให้รูปทรงจมูกโดยรวมรับกับใบหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านหน้าที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตอกฐานจมูก คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง ปรับฐานจมูกกว้าง ราคาเท่าไหร่

Jaw Osteotomy (ขากรรไกร)
การผ่าตัดขากรรไกร หรือที่เรียกว่า orthognathic surgery คือ osteotomy ที่ทำกับขากรรไกรบนหรือล่าง เพื่อแก้การสบฟันผิดปกติ ขากรรไกรยื่น หรือใบหน้าเบี้ยว ขั้นตอนนี้ซับซ้อนกว่า nasal osteotomy
เพราะต้องร่วมมือกับทันตแพทย์จัดฟันก่อนและหลังผ่าตัด ระยะเวลาการรักษาโดยรวมจึงนานกว่าค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้ครอบคลุมทั้งการสบฟันและรูปร่างของใบหน้า
ประเภทอื่นที่พบบ้าง
นอกจากการตอกฐานจมูก (Nasal Osteotomy) การผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Osteotomy) และการผ่าตัดปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง (High Tibial Osteotomy: HTO)
แล้ว Osteotomy ยังสามารถนำมาใช้กับกระดูกส่วนอื่นของร่างกายได้อีกหลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับปัญหาและวัตถุประสงค์ในการรักษา
ตัวอย่างที่พบได้ ได้แก่ การผ่าตัดปรับแนวกระดูกต้นขา (Femoral Osteotomy) ซึ่งใช้รักษาภาวะข้อสะโพกเจริญผิดปกติ หรือช่วยปรับแนวกระดูกให้การลงน้ำหนักของข้อสะโพกสมดุลมากขึ้น
และ การผ่าตัดปรับแนวกระดูกสันหลัง (Spinal Osteotomy) ซึ่งใช้แก้ไขภาวะกระดูกสันหลังคดหรือความผิดรูปของกระดูกสันหลังที่มีความรุนแรง
ตอกฐานจมูก (Nasal Osteotomy) คืออะไร ทำไมต้องตอกฐาน
การตอกฐานจมูก หรือ Nasal Osteotomy คือการตัดกระดูกจมูก (nasal bones) ด้านข้างทั้งสองฝั่งออกเล็กน้อย เพื่อให้แพทย์สามารถดันกระดูกเข้าหากัน ทำให้ฐานจมูกแคบลงหรือจัดกระดูกให้สมมาตร
งานวิจัยจาก Jeong JY และคณะ (2024) ที่ตีพิมพ์ใน Archives of Aesthetic Plastic Surgery ระบุว่า nasal osteotomy เป็นขั้นตอนสำคัญในการเสริมจมูกสำหรับคนเอเชีย เพราะโครงสร้างกระดูกจมูกของคนเอเชียนั้นแตกต่างจากคนตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะในแง่ความหนาและความกว้างของฐานกระดูก การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับโครงสร้างเหล่านี้จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าค่ะ
ใครที่ต้องตอกฐานจมูก
การตอกฐานจมูกมักเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโครงกระดูกจมูก เช่น
- ผู้ที่มีฐานจมูกกว้างหรือกระดูกจมูกใหญ่ ทำให้สันจมูกดูไม่คมชัดเมื่อมองจากด้านหน้า
- ผู้ที่มีฐานจมูกสองข้างไม่เท่ากัน จมูกเอียง หรือจมูกคดจากโครงกระดูก
- ผู้ที่มีจมูกฮัมพ์ (Hump Nose) หรือมีกระดูกสันจมูกนูนมาก ซึ่งจำเป็นต้องตะไบฮัมพ์ออกก่อนเสริมจมูก
- ผู้ที่มีฐานจมูกบาน กว้าง หรือมีโครงกระดูกใหญ่เกินสัดส่วนของใบหน้า
- ผู้ที่มีจมูกเบี้ยวหรือเอียงจากอุบัติเหตุ หรือเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
ในกลุ่มนี้ หากเสริมจมูกโดยไม่ปรับโครงสร้างกระดูกก่อน อาจทำให้จมูกยังดูเอียง ฐานกว้าง หรือส่งผลให้แนวซิลิโคนวางตัวได้ไม่สมดุลเท่าที่คว รค่ะ

ตอกฐานจมูกกับตะไบฐานจมูก ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | ตะไบฐานจมูก (Hump Reduction) | ตอกฐานจมูก (Nasal Osteotomy) |
|---|---|---|
| ตำแหน่งที่ทำ | กระดูกหรือกระดูกอ่อนบริเวณสันจมูก | กระดูกจมูกด้านข้างทั้งสองฝั่ง |
| เป้าหมาย | ตกแต่งและปรับความเรียบของสันจมูก ลดความนูนได้ในระดับหนึ่ง | ปรับตำแหน่งกระดูกจมูกให้แคบลง สมมาตร และแก้ฐานจมูกกว้าง |
| วิธีการ | ใช้เครื่องมือตะไบฝนผิวกระดูกที่นูนเล็กน้อย เพื่อให้แนวกระดูกเรียบขึ้น | ใช้เครื่องมือตัดและตอกกระดูกเพื่อปรับโครงสร้าง |
| เหมาะกับ | กระดูกนูนไม่มาก ต้องการเก็บความคม ความขรุขระของกระดูก | กระดูกฐานจมูกด้านข้าง |

ประเภทของการตอกฐานจมูก Nasal Osteotomy
หลายคนเข้าใจว่าการตอกฐานจมูกมีเพียงเทคนิคเดียว แต่ในความเป็นจริง Nasal Osteotomy สามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบตามตำแหน่งของกระดูกที่ต้องการปรับแก้
โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกของแต่ละคน และในบางเคสอาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งเทคนิคร่วมกัน
- การตอกกระดูกด้านข้างจมูก (Lateral Osteotomy)
เป็นเทคนิคที่ใช้บ่อยที่สุด โดยแพทย์จะปรับกระดูกจมูกด้านข้างทั้งสองฝั่งให้เคลื่อนเข้าหากัน เพื่อลดความกว้างของฐานกระดูกจมูก ทำให้สันจมูกดูเรียวและคมชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีฐานจมูกกว้างหรือกระดูกจมูกบานออกด้านข้าง
- การตอกกระดูกด้านในใกล้สันจมูก (Medial Osteotomy)
เป็นการปรับกระดูกบริเวณใกล้แนวกึ่งกลางสันจมูก มักทำร่วมกับ Lateral Osteotomy ในกรณีที่ต้องการเคลื่อนกระดูกจมูกมากขึ้น
เช่น ผู้ที่มีจมูกคด เอียง หรือมีความไม่สมมาตรของโครงกระดูกจมูก เพื่อช่วยให้สามารถจัดแนวกระดูกใหม่ได้แม่นยำขึ้น
- การตอกกระดูกบริเวณฐานจมูก (Base Osteotomy)
เป็นการปรับกระดูกบริเวณฐานล่างของกระดูกจมูก เพื่อเพิ่มอิสระในการเคลื่อนตัวของกระดูกจมูกทั้งชิ้น มักใช้ในผู้ที่มีฐานกระดูกจมูกกว้างมาก หรือมีโครงสร้างกระดูกที่ต้องการการปรับแก้ในระดับมากกว่าปกติ
ขั้นตอนการตอกฐานจมูกเป็นอย่างไร
การเข้าใจขั้นตอนตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงช่วงพักฟื้นจะช่วยให้เห็นภาพการรักษาได้ชัดเจนขึ้น และเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
ก่อนผ่าตัด ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ก่อนผ่าตัด แพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูก ความกว้างของฐานกระดูก ความสมมาตรของใบหน้า และวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมพูดคุยถึงรูปทรงจมูกที่ต้องการและผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
โดยทั่วไปควรเตรียมตัวดังนี้
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin หรือ Ibuprofen อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ (ตามคำแนะนำของแพทย์)
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เนื่องจากนิโคตินส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา รวมถึงอาหารเสริมหรือยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ

ระหว่างการผ่าตัด แพทย์ทำอะไรบ้าง?
การตอกฐานจมูกมักทำร่วมกับการผ่าตัดเสริมจมูกภายใต้ยาระงับความรู้สึก ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวตลอดการผ่าตัด ในกรณีที่มีฮัมพ์จมูก แพทย์จะตะไบหรือลดความนูนของกระดูกบริเวณสันจมูกก่อน
จากนั้นจึงทำการปรับแนวกระดูกจมูกด้วยเทคนิคการตอกฐาน Osteotomy เพื่อให้ฐานจมูกแคบลงหรือสมมาตรมากขึ้นตามแผนการรักษา
เมื่อจัดตำแหน่งกระดูกเสร็จแล้ว แพทย์จะเย็บปิดแผลและใส่เฝือกดามจมูกเพื่อช่วยพยุงจมูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างการฟื้นตัว
หลังผ่าตัด บวมนานแค่ไหน?
ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้
- สัปดาห์ที่ 1 : เป็นช่วงที่บวมและช้ำมากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและสันจมูก ควรนอนหนุนศีรษะสูงและหลีกเลี่ยงการกดหรือกระแทกจมูก
- สัปดาห์ที่ 2–3 : หลังถอดเฝือก อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง เริ่มเห็นแนวรูปทรงจมูกได้ชัดขึ้น
- 1 เดือน : อาการบวมส่วนใหญ่ยุบลงมาก แต่ยังควรระมัดระวังการกระแทกบริเวณจมูก
- 3 เดือน : กระดูกจมูกเริ่มเข้าที่และประสานตัวได้ดีขึ้น เห็นรูปทรงจมูกชัดเจนมากขึ้น
- 6–12 เดือน : ผลลัพธ์เข้าที่สมบูรณ์ จมูกรัดแกนเต็มที่
ข้อควรระวังหลังตอกฐานจมูก
- หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงกดทับจมูกอย่างน้อย1 เดือน
- งดสวมแว่นที่วางน้ำหนักบนสันจมูกประมาณ 4–6 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก 1 เดือน
- หลีกเลี่ยงการกดทับ กระแทก หรือรบกวนโครงสร้างจมูกโดยไม่จำเป็นในช่วงพักฟื้น เนื่องจากกระดูกจมูกยังอยู่ระหว่างการประสานตัว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Osteotomy การตอกฐานจมูก
ตอกฐานจมูกแล้วจมูกจะหักหรือเสียรูปไหม
ไม่ค่ะ ถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กระดูกที่ถูกตัดจะประสานกลับแน่นภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ และมีความแข็งแรงเทียบเท่ากระดูกเดิม บริเวณจมูกมีเลือดมาเลี้ยงดีมาก ทำให้ประสานได้เร็วตามธรรมชาติ
หลังตอกฐานจมูกจะบวมนานแค่ไหน
อาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด และจะค่อย ๆ ยุบลงเรื่อย ๆ ในช่วงสัปดาห์ถัดมา โดยทั่วไปเมื่อครบ 1 เดือน อาการบวมจะลดลงประมาณ 70–80%
และเริ่มเห็นรูปทรงจมูกชัดขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่สมบูรณ์ในช่วง 6–12 เดือนค่ะ
ตอกฐานจมูกอยู่ได้ถาวรไหม
โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของการตอกฐานจมูกถือว่าอยู่ได้ในระยะยาวค่ะ เนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างกระดูกจมูกจริง ไม่ใช่การเติมเต็มด้วยสารชั่วคราว
เมื่อกระดูกประสานตัวและเข้าที่ดีแล้ว รูปทรงของฐานกระดูกจมูกจะคงอยู่ตามโครงสร้างใหม่ที่ได้รับการปรับแก้
ตอกฐานจมูกราคาเท่าไหร่
ราคาตอกฐานจมูกมักรวมอยู่ในแพ็กเกจเสริมจมูกแล้ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนเสริมจมูกสามารถดูรายละเอียดราคาได้ที่ ตอกฐานจมูก คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง ปรับฐานจมูกกว้าง ราคาเท่าไหร่ หรือปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรับการประเมินรายเคสค่ะ
ตอกฐานจมูกเจ็บไหม
ระหว่างทำไม่รู้สึกเจ็บค่ะ เพราะแพทย์จะให้ยานอนหลับร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูก ทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกเจ็บ
หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง ระบม หรือปวดเล็กน้อยถึงปานกลางในช่วง 3–5 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติของการฟื้นตัว และสามารถบรรเทาปวดได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งนะคะ
อ้างอิง: Wang H, Li Y, Zhang X, et al. The Role of Osteotomy in Modern Rhinoplasty: Current Concepts and Surgical Techniques. Plastic and Reconstructive Surgery Global Open. 2024;12(2):e5664. Available at: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10901595/ Accessed June 8, 2026.

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ We Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง facebook หรือ Line ได้ที่นี่เลยครับ